ความสุข

Tuesday 22 July 2008 at 14:10 (แบ่งกันอ่าน) ()


ความสุขแยกออกได้เป็นสองแบบ

สุขพึงใจ (Happiness) กับสุขชื่นใจ (Bliss)

สุข พึงใจเป็นความสบาย เช่น การได้กินอาหารอร่อย

คนรอบข้างน่ารัก แน่นอนมันรวมการได้รถยนต์คันใหม่

เลื่อนตำแหน่ง เงินเดือนขึ้น ขายหุ้นได้ราคาดี การมีคู่ครองที่ดี

เป็นความพึงใจที่ผูกกับวัตถุและ/หรือสภาวะภายนอก

เมื่อวัตถุหรือสภาวะภายนอกนั้นเสื่อมสลาย

สุขพึงใจก็ลอกเปลือกออกเห็นตันตนภายในคือทุกข์

สุขชื่นใจลึกซึ้งกว่านั้นมาก สุขชื่นใจซื้อหาไม่ได้

เพราะเป็นความรู้สึกและตัวตนภายใจ

ขณะที่สุขพึงใจคือการรับ สุขชื่นใจคือการให้

ขณะที่สุขพึงใจคือความดื่มด่ำ สุขชื่นใจคือความเข้าใจ

การเข้าสู่สภาวะนิพพานทางพุทธ หรือซาโตริทางเซน

ก็คือความเข้าใจที่ก่ำให้เกิดสุขชั้นสูง อันปูฐานมาจากการรู้จักพอ

ปรัชญาพุทธสอนให้มองความสุขว่าเป็นความเข้าใจสภาวะของตัณหา

เมื่อเข้าใจก็เกิดความสันโดษ พอเพียง ชีวิตก็เรียบง่าย

ความสุขชื่นใจเกิดมาจากสติ

ความรับรู้สิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตด้วยความเยือกเย็น

ไม่ร้อนรน และสงบเสงี่ยม ทว่านี่ไม่ใช่คุณสมบัติที่ได้มาง่าย ๆ

ต้องผ่านประสบการณ์ การทดสอบ และความทุกข์

โดยเฉพาะในสังคมปัจจุบันที่หล่อหลอมคน

ให้ไขว่คว้าหาความสุขตามแนวทางที่ การตลาดกำหนด

ตัณหาใหม่ ๆ ถูกสร้างขึ้นตามจุดหมายแห่งกำไรสูงสุด

เนื่องจากสุขไม่ใช่สสาร การผูกตัวเองกับวัตถุนิยม

จึงเป็น ‘ความสุข’ ประเดี๋ยวประด๋าว

เหมือนไฟไหม้ฟาง มาวูบเดียว ไปวูบเดียว”

จาก ความฝันโง่ ๆ หนังสือเสริมกำลังใจชุด 2, หน้า 212

โดย วินทร์ เลียววาริณ