อันที่จริงนิตยสารสรรสาระ้
หรือที่รู้จักกันดี ในนาม “Reader’s Digest” นั้น
เป็นหนังสือที่ดีและควรค่าแก่การอ่าน
และคิดว่าสมควรมีไว้ประจำบ้านอีกด้วย
ไม่เห็นจะจำเป็นจะต้องส่งเอกสารล่อใจ
หรือที่เรียกอีกอย่างได้ว่า junk mail
หรือจดหมายขยะแบบนี้มาให้เลย
เพราะยังไงเราก็ต่ออายุสมาชิกอยู่แล้ว
บางครั้งเล่นส่งกุญแจรถจำลองแนบมากับซอง
และให้ติดสติกเกอร์เลือกสีรถกลับไปพร้อมกับใบตอบรับ
ที่ต้องส่งไปพร้อมกับสั่งซื้อหนังสือเล่มใหญ่ๆ หนาๆ ราคาพันกว่าบาท
ได้รับจดหมายเชิญชวนแบบนี้ทีไรก็ขำๆ ทุกที
ตอนเรียนหนังสือที่บอสตันก็ได้รับจดหมายประเภทนี้เยอะมาก
แต่ก็ทิ้งไปหมด
เว้นแต่เมล์ของ CVS หรือ Stop & Shop
ที่จะแนบคูปองส่วนลดสินค้าที่จำเป็นต้องใช่้
เช่นแปรงจัดฟัน, สบู่, ยาสีฟัน, ยาต่างๆ, ถุงน่อง รองเท้า
หรือกระทั่งอาหารกล่องและซุปกระป๋อง
ก็จะเก็บเอาคูปองไว้ใช้ตอนไปซื้อของเข้าบ้าน (อพาร์ทเม้นท์)
เป็นนักเรียน (นักศึกษา) ก็ดีไปอย่าง
ได้รับแจกคูปองซื้อสินค้าราคาพิเศษ
ที่เขาคอยแจกอยู่หน้าโรงเรียน
ไม่ก็รับของกินฟรี
เช่นไอศครีมรสโปรด อย่างแอมโบรเชีย
ที่ร้านอยู่ใกล้กับอาคารเรียน
(ชอบเรียกมหาวิทยาลัยว่าโรงเรียน เพราะฟังดูอบอุ่นดี)
ครั้งแรกที่น้าชายขับรถพาไปดูโรงเรียน
เมื่อเดินทางไปถึงวันแรก
อาคารเรียนที่เรียงไปตามถนนคอมมอนเวลธ์
ทำให้รู้สึกแปลกๆ สักหน่อย
ที่ไม่มีรั้วรอบขอบชิดเหมือนตอนเรียนปริญญาตรีที่เมืองไทย
ในช่วงแรก แม่ยังไม่อนุญาตให้ไปอยู่อพาร์ทเม้นท์เอง
แต่ให้ไปอาศัยอยู่กับน้าชายที่เมือง North Andover
ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองบอสตันประมาณ 27 ไมล์
ช่วงแรกต้องขับรถจากบ้านน้าชายไปเรียนในเมือง
ช่วงเช้าเป็นอะไรที่หวาดเสียวมาก
เวลาที่รถติดตอนขับรถขึ้นสะพาน
และตอนนั้นยังขับรถไม่คล่องอีกด้วย
แถมยังเคยสร้างวีรกรรมขับรถเฉี่ยวชนรถฝาแฝดกันอีกต่างหาก
ดีที่มีประกัน และเจอเจ้าของรถใจดีที่ใช้รถเหมือนกันเป๊ะ
คือรถโฟล์คกอล์ฟสีบรอนซ์ทอง
จะเขียนเรื่องการโฆษณาชวนเชื่อของสรรสาระ
ไหงกลายเป็นเล่าเรื่องโรงเรียนไปได้หนอ
ค่อยมาเล่าใหม่วันหน้าดีกว่า
ไปแปลงร่างไล่เด็กๆ เข้านอนก่อนล่ะ
ดึกเต็มทีแล้ว
ฝันดีค่ะ



















