นิทานอ่านสนุก

เขียนไปเรื่อย, เรื่องเล่า..นิทาน No Comments »

ตั้งแต่เจ้าแฝดยังเล็ก

ก็ได้ฝึกให้เขารักการอ่านกัน

โดยเริ่มจากการเอาหนังสือ ก.ไก่

เล่มละ 10 บาท ของประชาช่าง

มาให้เปิดอ่าน เปิดดูเล่นๆ

จะฉีก จะขาดยังไงก็ไม่ว่ากัน

ขอให้ฝึกเปิดหน้าแต่ละหน้าของหนังสือ

และขอแค่ได้ดูรูปก่อนก็โอเคแล้ว

นอกจากนั้น หน้าที่หลักของแม่อีกอย่าง

ก็คือการเล่านิทาน หรือไม่ก็จะเป็นการอ่าน

ท่องคำกลอน ไปพร้อมๆ กัน ประเภท ..

จันทร์เอ๋ย จันทร์เจ้า ขอข้าวขอแกง ฯ

จ้ำจี้ มะเขือเปาะ กระเทาะหน้าแว่น ฯ

และอื่นๆ อีกหลายบท

ซึ่งอาจจะเอามาจากหนังสือที่พิมพ์รวมเล่มขึ้นมาใหม่

(ในขณะนั้น) อย่าง หนังสือคำกลอน “จันทร์เจ้าขา”

และที่ถนัดอีกอย่างคือเล่านิทานจากหนังสือ

ไม่ว่าจะเป็นของ Dr. Suess

หรือจะเป็นเรื่องของครอบครัวหมี Berenstain Bears

โดยเปิดไป เล่าไป จากภาษาอังกฤษแปลเป็นไทย


เล่มโปรดของเด็กๆ อีกเล่มหนึ่ง ก็คือเล่มนี้ค่ะ

“Where The Wild Things Are”

ซึ่งเล่าถึงเด็กตัวเล็กๆ

ที่โดยปกติมักจะสร้างจินตนาการในยามค่ำคืน

จนกลายเป็นการสร้างความหวาดกลัวให้ตัวเอง

แต่ในหนังสือภาพเล่มนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้นค่ะ

กลับเป็นเรื่องราวของเด็กผู้ชายจอมแก่นคนหนึ่ง

ที่ซนจนแม่ทนไม่ไหว ด้วยการแต่งตัวเป็นหมาป่า

แล้ววิ่งไล่จิ้มหลังหมาด้วยส้อม

แม่เลยเรียกเขาว่า “เจ้าสัตว์ป่า”

แม็กซ์โกรธมากที่ถูกด่าว่าเช่นนั้น

จึงตะโกนกลับไปว่า

“ฉันจะกินแกฉันจะขย้ำแก”

แม่เลยต้องทำโทษเขาด้วยการกักบริเวณ

และงดอาหารค่ำ

แต่เด็กซนแสบอย่าง Max ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรหรอกนะคะ

กลับสนุกเข้าไปใหญ่เลย

สร้างจินตนาการเลยเถิดจนเป็นถึงราชาแห่งสัตว์ร้าย

แต่ท้ายที่สุดแล้ว

หลังจากที่เล่นกับ”สัตว์ป่า”ในจินตนาการ จนเหนื่อยอ่อน

เมื่อได้กลิ่นอาหารค่ำโชยเข้าจมูก

ยอดชายนายแม็กซ์

ก็คิดถึงอาหารอร่อยๆ ฝีมือแม่แล้วล่ะซี

อย่ากระนั้นเลย กลับไปเป็นเด็ก

เลิกเป็นสัตว์ป่า แล้วก็ไปหาแม่ดีกว่า

หนังสือเล่มนี้เป็นที่นิยมมาจนถึงปัจจุบันนี้ก็ กว่า 40 ปีแล้ว

ไม่ใช่เป็นเพียงเพราะรูปวาดสวย

แต่เป็นเพราะพล็อตเรื่องดี มีเหตุผล

และสามารถหยิบยกมาเป็นตัวอย่างที่ดีให้เด็กได้

สิ่งที่ดีในเรื่องนี้คือการที่สามารถแสดงให้เห็นชัดเจนว่า

ในขณะที่แม็กซ์ มีอารมณ์โกรธ เขาชดเชยความโกรธ

ด้วยการจินตนาการว่าเป็นเจ้าแห่งป่า

แต่ท้ายสุด เขาก็คิดเป็น

เขาเลือกที่จะหยุดโกรธ

เพราะความโกรธ ทำให้เขาต้องถูกแยกจากสิ่งที่เขารัก

นิทานของเด็กๆ

ไม่ได้อ่านเล่นสนุกๆ

หรือดูภาพสวยๆเพียงอย่างเดียวหรอกนะคะ

หากเอามาขบคิด

ก็จะได้อะไรดีๆ ที่แฝงเอาไว้

มาพูดมาคุยกับลูกหลาน ได้อีกเยอะเลยเชียวค่ะ


Tags: , ,

เศรษฐีเจ้าอารมณ์

เรื่องเล่า..นิทาน, แบ่งกันอ่าน No Comments »

ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเศรษฐีคนหนึ่งเป็นคนเจ้าอารมณ์
และมักจะปวดศีรษะอยู่เป็นประจำ
เขาได้ประกาศว่าจะให้รางวัลอย่างงาม
แก่คนที่สามารถรักษาอาการปวดศีรษะของเขาได้

http://img339.imageshack.us/img339/1371/fleurs20ml9.gif

หลายคนรวมทั้งหมอที่เชี่ยวชาญ
ต่างก็มาเสนอแนะวิธีรักษาโรคปวดศีรษะของเศรษฐีผู้นี้
แต่ไม่มีใครสามารถทำให้เขาดีขึ้นได้
อยู่ มาวันหนึ่ง มีฤาษีคนหนึ่งมาเยี่ยมท่านเศรษฐี
เศรษฐีได้บอกเกี่ยวกับโรคประจำตัวของเขาให้ฤาษีทราบ
ฤาษีจึงบอกกับท่านเศรษฐีว่า
“โธ่เอ้ยวิธีรักษาอาการปวดหัวของเจ้ามันง่ายนิดเดียว
นั่นก็คือเจ้าจะต้องมองทุกอย่างให้เป็นสีเขียวตลอดเวลา
แล้วอาการโรคของเจ้าจะหายไป”

เศรษฐีดีใจมาก
และคิดว่าสิ่งที่ฤาษีแนะนำเขานั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายมาก
วันรุ่งขึ้นท่านเศรษฐีจึงจ้างช่างทาสี หลายร้อยคน
มาช่วยกันทาสีของหมู่บ้านให้เป็นสีเขียวทั้งหมด
นอกจากนี้ด้วยความที่รวยมาก
ยังซื้อเสื้อผ้าสีเขียวให้กับคนในหมู่บ้านทุกคนใส่
ในตอนนี้ไม่ว่าท่านเศรษฐีมองไปทางใด
ก็จะเป็นสีเขียวตลอดเวลา
ตามคำแนะนำของฤาษี
อาการปวดศีรษะของเขาก็เริ่มดีขึ้นๆ
เขาเริ่มเป็นคนยิ้มง่ายและมีความสุขมากขึ้น

สองสามเดือนถัดมา
ท่านฤาษีได้กลับมาเยี่ยมเศรษฐีอีกครั้งหนึ่ง
แต่ก็ต้องเผชิญกับช่างทาสีคนหนึ่งซึ่งร้องตะโกนว่า
“หยุด หยุด ท่านเข้ามาในหมู่บ้านนี้ในชุดนี้ไม่ได้
เดี๋ยวผมจะทาสีท่านให้เป็นสีเขียวก่อน”
ฤาษีก็รีบวิ่งและหนีเข้าไปในบ้านของเศรษฐีได้ในที่สุด
ฤาษีได้พบกับเศรษฐีในบ้านและตำหนิว่า
“ทำไมเจ้าถึงเสียเงินทองและ เวลามากมาย
เพื่อเปลี่ยนสิ่งต่างๆรอบตัวเจ้าเล่า
เราไม่ได้บอกให้เจ้าไปเที่ยวทาสีทุกอย่างให้เป็นสีเขียวเลย
เจ้าเพียงแค่สวมแว่นตาสีเขียวเท่านั้น
เจ้าก็จะมองเห็นทุกสิ่งรอบตัวเป็นสีเขียวแล้ว”
หากเราต้องการเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมรอบตัว
เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกคนหรือทุกอย่าง
เราเพียงแต่เปลี่ยนตัวของเราเองก่อน
แล้วเราจะพบว่าทุกสิ่งรอบตัวของเราก็จะเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน

จาก การพัฒนาศักยภาพอย่างสมบูรณ์
โดย ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา

Tags:

เขียนไว้..บนผืนทราย

เรื่องเล่า..นิทาน No Comments »

http://i19.photobucket.com/albums/b177/yodnapa/001.gif

มีคน 2 คนเป็นเพื่อนกัน…
ร่วมเดินทางไปในทะเลทราย…
ระหว่างทาง…เกิดโต้เถียงขัดแย้งไม่เข้าใจกัน
เพื่อนคนหนึ่ง…พลั้งลงมือ…ตบหน้าอีกฝ่าย !!!

คนถูกทำร้าย…เจ็บปวด…แต่ไม่เอ่ยวาจา…
กลับเขียนลงบนผืนทรายว่า
“วันนี้…ฉันถูกเพื่อนรักตบหน้า”
frog

พวกเขายังคงเดินทางต่อ…กระทั่งถึงแหล่งน้ำ
พวกเขาตัดสินใจอาบน้ำ…ชำระกาย…
พลันคนที่ถูกตบหน้ากลับจมน้ำ…
เพื่อนอีกคนไม่รั้งรอ…เข้าช่วยชีวิต…
คนรอดตาย…ยังคงไม่เอ่ยวาจา…
กลับสลักลงไปบนหินใหญ่…
“วันนี้…เพื่อนรักช่วยชีวิตฉันไว้”

อีกคนไม่เข้าใจ…ถามว่า…

“เมื่อถูกฉันตบหน้า…เธอเขียนลงทราย…
แล้วทำไมเมื่อครู่…ต้องสลักบนหิน”

อีกคนยิ้มพราย…กล่าวตอบ

“เมื่อถูกเพื่อนรักทำร้าย…เราควรเขียนมันไว้บนทราย
ซึ่งสายลมแห่งการให้อภัย…
จะทำหน้าที่พัดผ่าน…ลบล้างไม่เหลือ
แต่เมื่อมีสิ่งที่ดีมากมาย…บังเกิด
เราควรสลักไว้บนก้อนหินแห่งความทรงจำในหัวใจ…
ซึ่งจะไม่มีสายลมแรงเพียงใด…ลบล้างทำลาย….”
http://tinypic.com/epk6qh.gif

คิดว่า…ไม่ว่าใคร
คงอยากจะทำได้ เช่นเพื่อนที่แสนดีคนนี้
…ที่จะจดจำไว้ เพียงสิ่งที่ดี
และพยายามอดทน และอดกลั้น…
เลิก การจองล้าง จองผลาญ
หรือมีจิตใจผูกเจ็บพยาบาท
และนำไปสู่…การให้อภัย

ลองให้อภัยคนที่คุณเกลียดชังดูสักครั้ง
แล้วคุณจะได้ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่กลับมา
นั่นคือการที่เราสามารถชนะใจตัวเอง
การชนะใจตัวเอง จะนำมาซึ่งความสุข
ไม่เพียงแต่ของเราเองเท่านั้น
แต่ ของคนรอบข้างอีกหลายๆคน
แต่นั่นแหละนะ มันยากมากๆ
แต่ก็ยังคงมีความเชื่อว่า มันเป็นไปได้
หากเราพยายามมากเพียงพอ


การอยู่ร่วมกัน อย่างสันติสุข
มีเคล็ดลับง่ายๆ คือ
“เลือกจดจำ สิ่งที่ดีงาม ซึ่งผู้อื่นมอบให้
และ เลือกที่จะลืม และให้อภัย
เมื่อมีผู้กระทำผิดต่อเรา”

http://tinypic.com/e0k93r.gif

พูดง่าย แต่อาจจะทำยาก

โดยเฉพาะการ “ทำใจ”

แต่ไม่มีอะไรหรอก ที่คนเราจะทำไม่ได้

หากตั้งใจจริง

..เชื่อตัวเองซีคะ

ความรักของดอกไม้และใบไม้

เรื่องเล่า..นิทาน No Comments »

นานมาแล้วดอกไม้มีแต่สีขาว

ส่วนใบไม้นั้นมีหลากหลายสีสัน

และทั้งสอง มิได้อยู่บนต้นเดียวกัน

ดั่งเช่นทุกวันนี้



ขณะที่ใบไม้หลากหลายสีมีความสุข สนุกสนาน

ดอกไม้สีขาวกลับอยู่อย่างเงียบเหงา ไม่มีความสุขเลย

ดอกไม้น้อย เฝ้ารอคอยบางสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น

และทำให้เธอมีชีวิตชีวาขึ้นได้บ้าง

เธอจะเฝ้ามองไปที่ใบไม้

บางครั้งก็นึกอยากจะเป็นส่วนหนึ่งในสีสันเหล่านั้นบ้าง

จนกระทั่งวันหนึ่ง

ใบไม้เกิดมีความรู้สึกเบื่อในการมีสัสันของตนเองขึ้นมา

เมื่อหันไปเห็นดอกไม้น้อยสีขาวบริสุทธิ์ดอกหนึ่ง

ดอกไม้ก็เกิดความหลงใหล

.. ในความอ่อนหวาน ของดอกไม้สีขาวนั้น

และก็พบว่า .. ดูเหมือนดอกไม้น้อยจะซ่อนความเหงาเอาไว้

“ทำไมเธอดูเงียบเหงาจัง ทั้งๆที่เธอก็มีสีขาว

สวยบริสุทธิ์อย่างนี้” ใบไม้เอ่ยถามด้วยความเอ็นดู

ดอกไม้น้อยแปลกใจ แต่ก็ตอบกลับไปว่า

“สีขาวอย่างฉันหรือสวยงาม ฉันอยากมีสีสันสดใสอย่างเธอบ้างจัง”

ใบไม้รู้สึกว่าจะต้องทำให้ดอกไม้น้อยมีความสุขให้ได้

“ดอกไม้น้อย ฉันจะดูแลเธอเองนะ

ฉันจะแต่งเติมสัสันในชีวิตให้แก่เธอเอง”

หลังจากนั้น ใบไม้ก็ดูแลดอกไม้น้อยของเขาด้วยความรัก

ทุกสิ่งที่เขาทำ ถูกถ่ายทอดเป็นสีสันสวยงามให้แก่ดอกไม้

จนในที่สุด ดอกไม้ก็กลับกลายเป็นสีสันสดสวยงดงาม

ในขณะที่สีของใบไม้กลับเหือดหายไป เหลืออยู่เพียงสีเขียว

แล้ววันหนึ่ง เมื่อดอกไม้มองลงไปใน ลำธารน้ำใส

และได้เห็น เงาของเธอเอง ได้เห็นสีสดใสของตัวเอง

แต่เมื่อหันไปมองใบไม้ก็พบว่า

เขากลายเป็นใบไม้สีเขียว

แต่ก็ดูเหมือนจะให้ความรู้สึกที่อบอุ่นสำหรับเธอมาก

“ใบไม้จ๊ะ ฉันเสียใจ ที่ฉันแย่งสีสวยๆในชีวิตของเธอมา”

ใบไม้ยิ้มอย่างอ่อนโยน

“อย่าคิดอย่างนั้นสิ ทุกวันนี้ฉันไม่ต้องการสีสัน

อะไรอีกแล้วล่ะ เพราะเธอคือสีในชีวิตของฉัน

และฉันก็มีความสุขมากนะที่เห็นเธอมีชีวิตชีวาขึ้น”

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ดอกไม้และใบไม้ก็มาอยู่

รวมกันเป็นต้นไม้ที่เต็มไปด้วยรัก ความอบอุ่น

และก็เติบโตขึ้น พร้อมๆ กันบนรากของความผูกพัน

ซึ่งดอกไม้น้อยและใบไม้ได้แบ่งปันแก่กันและกัน

ดังนั้น ทุกครั้งที่เรามองสีเขียวของใบไม้

ก็จะรู้สึกอบอุ่น และสบาย ตา นั่นก็มาจาก

“ความรัก” ของใบไม้ที่ถ่ายทอดและแต่งเติม

สีสันแห่งชีวิตให้แก่ดอกไม้

และที่ดอกไม้บางดอกยังคงมีสีขาว บริสุทธิ์

อยู่ ก็คงเพราะอยากจะให้ความอ่อนหวาน

ละมุนละไมนั้นยังคงอยู่คู่โลก นั่นเอง

…ลองมองกลับมาที่ตัวเรา

ทุกวันนี้ สังคมเราล้วนแต่แก่งแย่งชิงดี ชิงเด่น

มองเห็นแต่ตัวเอง

จับจ้องแต่สิ่งที่ตนเอง “ต้องการ”

มองอีกทีดีไหม

บางทีการให้

การแบ่งปัน

การมีน้ำใจ อาจจะทำให้คุณรู้สึกดี

อย่างที่คุณไม่ได้รู้สึกมานานแล้วก็ได้นะคะ..

The most precious things in life

… cannot be built by hand or bought by man.

ของที่มีค่าที่สุดในชีวิต ไม่สามารถสร้างด้วยมือ หรือ ซื้อหามาได้

It’s just to love and be loved in return.

คงมีเพียงการที่เรา “ได้รัก” และ “ถูกรัก” แค่นั้นก็พอ

Tags:

ผู้หญิงต้องการอะไร

เก็บมาฝาก, เรื่องเล่า..นิทาน No Comments »

“สิ่งที่ผู้หญิงต้องการจริงๆคืออะไร??”


    กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว…
ตั้งแต่สมัยอัศวินโต๊ะกลมนู่นแน่ะค่ะ
อาเธอร์ถูกจับและจะโดนประหารชีวิต 
แต่กษัตริย์เสนอให้เขาเป็นอิสระ 
ถ้าหากเขาสามารถตอบปัญหาแสนยากข้อหนึ่งได้ถูกต้อง 
อาเธอร์มีเวลาหาคำตอบ 1 ปีเต็ม 
ถ้าเขาตอบไม่ได้  เขาก็จะถูกประหาร

firefly


คำถามนั้นคือ
“สิ่งที่ผู้หญิงต้องการจริงๆคืออะไร??”

ปัญหาดังกล่าวช่างยากเย็น
จนแม้นักปราชญ์ที่ฉลาดก็ยังงุนงง 
เขากลับไปยังอาณาจักรของเขา
และเริ่มหาคำตอบจากทุกผู้คน 
แต่ไม่มีใครให้คำตอบที่น่าพอใจได้ 
คนส่วนมากจะแนะนำให้เขาไปปรึกษาเรื่องนี้
กับยายแม่มดแก่ 
ซึ่งน่าจะเป็นผู้เดียวที่จะรู้คำตอบ 
แต่ราคาค่าปรึกษาคงจะแสนแพง
 

แล้ววันสิ้นปีก็มาถึง 
อาเธอร์ไม่มีทางเลือกอื่น  จึงต้องไปหาแม่มด
เธอตกลงจะให้คำตอบ 
แต่อาเธอร์ต้องยอมรับเงื่อนไขแลกเปลี่ยนก่อน

แม่มดต้องการแต่งงานกับกาเวน 
อัศวินผู้ทรงเกียรติสูงสุดของเหล่าอัศวินโต๊ะกลม 
และเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดของอาเธอร์

อาเธอร์หนุ่มถึงกับสยองขวัญ
เพราะยายแก่หลังโกงเหม็นก็เหม็น 
มีฟันเหลือซี่เดียว  ตัวก็เหม็นเหมือนถังส้วม 
ชอบทำเสียงประหลาดน่ารังเกียจ 
เขาปฏิเสธที่จะให้เพื่อนรักแต่งงานกับหล่อน

ฝ่ายกาเวนพอได้รับรู้ถึงข้อเสนอนั้น
เขายอมแต่งงานเพื่อชีวิตของอาเธอร์ 
และการดำรงอยู่ของอัศวินโต๊ะกลม 
และยายแม่มดก็ให้คำตอบต่อคำถามของอาเธอร์ 
…สิ่งที่ผู้หญิงต้องการจริงๆก็คือ…
  

การได้เป็นตัวของตัวเอง 
 ทุกคนทราบได้ทันทีว่า
แม่มดได้กล่าวอมตะวาจาอันยิ่งใหญ่ 
และอาเธอร์ก็รอดพ้นจากการประหารแน่นอน 
และก็เป็นเช่นนั้นจริง

แต่ทว่า…งานแต่งงานของกาเวนกับยายแม่มดช่างเหลือรับจริงๆ 

กาเวนสง่าผ่าเผยเช่นปกติ 
ทั้งสุภาพอ่อนน้อม 
ฝ่ายแม่มดเฒ่านั้นออกลายนิสัยเลวสุดเดช 
ทั้งกินมูมมามด้วยสองมือ  ทั้งเรอ  ทั้งตด 
ทุกผู้คนต่างรู้สึกอึดอัด…

และแล้วยามค่ำของวันส่งตัวก็มาถึง 
กาเวนได้ปลอบตนเองพร้อมรับคืนสยอง
  เขาก้าวเขาสู่ห้องนอนวิวาห์ 
ช่างไม่เชื่อสายตาตนเอง !!!!
หญิงสาวแสนสวยที่สุดที่เคยพบพาน
นอนรออยู่เบื้องหน้า 
กาเวนงุนงง????


สาวแสนสวยเฉลยว่า 
เพราะกาเวนช่างแสนดีกับหล่อน 
(เมื่อยามเป็นแม่มด)
ดังนั้นครึ่งหนึ่งของวัน 
เธอจะอยู่ในสภาพพิกลพิการน่ารังเกียจ
ส่วนอีกครึ่งหนี่งของวัน 
เธอจะอยู่ในร่างแสนสวยนี้
กลางวันเขาอยากให้เธอเป็นแบบไหน?? 
กลางคืนอยากให้เป็นแบบไหน?? 
เป็นคำถามที่ช่างโหดร้าย!!!
กาเวนเริ่มคิดไตร่ตรอง 
หญิงสาวสวยยามกลางวันเพื่ออวดต่อเพื่อนฝูง 
แต่กลางคืนเมื่ออยู่สองต่อสองเป็นยายแม่มด?? 
หรือว่าเขาควรจะเลือกยายแม่มดตอนกลางวัน 
แล้วได้สาวสวยเพื่อเริงระบำยามค่ำคืนดี??

เป็นคุณล่ะ คุณจะเลือกอย่างไร??

(กรุณาหยุดคิดสักนิด 

เมื่อตัดสินใจได้แล้ว 

ค่อย Scroll ลงไปอ่านนะ

ยังไม่ถึง

อีกหน่อยนะ

ใกล้แล้วๆ

เอาละ…

ถึงเสียที

เมื่อได้คำตอบของคุณแล้ว

อ่านคำตอบของกาเวนที่อยู่ข้างล่างนี้)

กาเวนตอบว่า 

“ขอมอบให้เธอเป็นผู้ติดสินใจเลือกเอง”

เมื่อเธอได้ยินดังนั้น 

เธอจึงประกาศก้องว่า
เธอจะสวยตลอดเวลา 
เพราะเขาได้ให้ความเคารพ
และให้เธอเป็นตัวของตัวเอง 

 นิทานเรื่องนี้  สอนให้รู้ว่า…
1..  ผู้หญิงไม่ว่าจะสวยหรือจะน่าเกลียด 
      ลึกๆข้างในเธอก็คือ…แม่มด
2..  ผู้หญิงจะกลายร่างเป็นแม่มด
      หรือเป็นสาวแสนสวยเมื่อไหร่นั้น
      ขึ้นอยู่กับความประพฤติของคู่ของเธอ (รึเปล่า)

ไม่ทราบว่าวันนี้ มีสาวสวยท่านใด
เผลอแปลงกายไปบ้างแล้ว..
…วานบอก…

อิอิอิ …

 Have a nice sleep ค่ะ

Tags: , ,
Create a free blog with Bloggoo.
Images by desEXign.