Archive for the ‘2008 Presidential Election’ Category

ตามติดเรื่องเลือกตั้งของ USA

ภายใต้ระบบเลือกตั้งของสหรัฐฯนั้น
การเลือกตั้งประธานาธิบดี ไม่ได้มาจาก
การลงคะแนนโดยตรงของประชาชน
ที่เรียกว่า ป็อปปูล่า โหวต
แต่มาจากคะแนนของอีเลคโทรัลโหวตในแต่ละรัฐ
ซึ่งมีจำนวนไม่เท่ากันในแต่ละรัฐ
โดยรัฐใหญ่อย่างแคลิฟอร์เนียมี 55 คะแนน
แต่ในบางรัฐเล็กๆที่มีเพียงไม่กี่คะแนนก็มี
และตามปกติ ผู้ชนะอีเลคโทรัลโหวตในแต่ละรัฐฯ
จะได้เสียงทั้งหมดของรัฐนั้นๆ
จนถึงเมื่อวันจันทร์ ผลสำรวจโดยโพลล์เจ้าต่างๆ
ระบุว่า โอบาม่านำแมคเคนอยู่
โดยคาดว่าโอบาม่าได้อีเลคโทรัลโหวต 278 เสียงแล้ว
ขณะที่แมคเคนได้ 132 เสียง และยังมีอีก 128 เสียง
ที่ยังไม่อาจฟันธงได้ว่าจะเป็นของใคร

หลายคนมองว่าตำแหน่งประธานาธิบดี
ลำดับที่ 44 ของประเทศ น่าจะตกเป็นของโอบาม่า
ของเดโมแครต เพราะจนถึงเพียง 1 วันก่อนหน้าวันเลือกตั้ง
โอบาม่ายังมีคะแนนนำแมคเคน ในโพลล์ระดับชาติทุกสำนัก
ซึ่งเป็นแนวโน้มที่มีมาพักใหญ่แล้ว แถมยังมีผลสำรวจว่า
เขากำลังมีคะแนนนำในศึกแย่งชิงอีเลคโทรัลโหวตจากรัฐต่างๆ
ที่โครก็ตามที่จะขึ้นเป็นประธานาธิบดีได้
จะต้องได้ไม่น้อยกว่า 270 เสียง
จากทั้งหมด 538 เสียงด้วย

มองกันว่าโอกาสที่แมคเคนจะได้ครองทำเนียบขาว
น่าจะริบหรี่ แต่ถึงจะริบหรี่ ก็ยังมีโอกาส
นักวิเคราะห์เตือนว่ายังอาจมีโอกาสที่เดโมแครตจะเจอฝันร้าย
นั่นคือโอบาม่าชนะคะแนนป็อปปูล่าโหวต
แต่แมคเคนกลับเป็นผู้ชนะตัวจริงด้วยคะแนนอีเลคโทรัลโหวต
ในกระบวนการนับคะแนนแบบทีละรัฐของสหรัฐฯ
เพราะโพลล์ระดับรัฐที่จัดทำล่าสุด แสดงให้เห็นว่า
แมคเคนมีคะแนนตีตื้นขึ้นมาแล้วในหลายรัฐสำคัญๆ
ซึ่งรวมทั้ง เวอร์จิเนีย ฟลอริด้า และโอไฮโอ
กับรวมทั้งเพนซิลเวเนียซึ่งเอนไปทางเดโมแครต

หากโพลล์เหล่านี้ถูกต้อง
และหากผู้มีสิทธ์ออกเสียงที่ก่อนหน้านี้ยังไม่ตัดสินใจ
เกิดตัดสินใจเลือกลงคะแนนให้แมคเคน
ก็มีความเป็นไปได้ที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯในปีนี้
จะเกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยการเลือกตั้งประธานาธิบดี
เมื่อปี 2543 ที่ทำให้ อัล กอร์ของเดโมแครต
กับชาวเดโมแครตทั้งหลายต้องอกหักรักคุด
เพราะจบลงด้วยการที่ตัวแทนของพรรครีพับลิกันเป็นฝ่ายชนะ
ได้ครองทำเนียบขาว
ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2543
อัล กอร์ของเดโมแครต ชนะป็อปปูลาร์โหวต
แบบเฉียดฉิว คือแค่ 337,576 คะแนน
หรือเพียงแต่เศษ 3 ส่วน 10 ของเพียงร้อยละ 1
ของผู้ลงคะแนนให้เขากับคู่แข่ง คือจอร์จ ดับเบิ้ลยู บุชของรีพับลิกัน
แต่บุชชนะเป็นผู้ชนะในการนับคะแนนแบบอีเลคโทรัลโหวต
ซึ่งใช้ตัดสินผู้ชนะ โดยบุชได้คะแนนอีเลคโทรัลโหวต
ชนะกอร์ไป 271 เสียงต่อ [...]

Democrat or Republican ?

Nominee             Barack Obama
Party                   Democratic
Home state         Illinois
Running mate     Joe Biden

Nominee            John McCain
Party                  Republican
Home state       Arizona
Running mate   Sarah Palin

พรรคริพับลิกัน (Republican Party
ชื่ออื่นคือ Grand Old Party หรือ GOP)
เป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่หนึ่งในสองพรรคของสหรัฐอเมริกา
(อีกพรรคหนึ่งคือ พรรคเดโมแครต)
เป็นพรรคการเมืองของจอร์จ ดับเบิลยู บุช
ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาคนปัจจุบัน
ถ้านับตั้งแต่ ค.ศ. 1856 พรรคริพับลิกันส่งผู้สมัคร
ลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีทั้งหมด 38 ครั้ง ชนะ 23 ครั้ง
http://en.wikipedia.org/wiki/Republican_Party_(United_States)

พรรคเดโมแครต (สหรัฐอเมริกา)
ชื่อเดิมของพรรคเดโมแครตคือ
พรรคเดโมเครติก-ริพับลิกัน ซึ่งก่อตั้งโดยประธานาธิบดีทอมัส เจฟเฟอร์สัน
ในปี ค.ศ. 1792 ซึ่งถือเป็นพรรคการเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
หลังจากชัยชนะของพรรคเดโมเครติก-ริพับลิกันต่อพรรคเฟเดอรัลลิสต์
ในปี 1800 พรรคได้กลายเป็นพรรคการเมืองหลักของสหรัฐฯ
ภายในพรรคเองได้แบ่งออกเป็นฝ่ายต่าง ๆ
ในที่สุดประธานาธิบดีแอนดรูว์ แจ็กสัน ได้แยกฝ่ายของตนเอง
ออกมาเป็น “พรรคเดโมแครต” [...]

ศึกเลือกตั้งสหรัฐฯ แรงจัดก่อนชิงชัยดีเดย์

เอเจนซี/เอเอฟพี
- จอห์น แมคเคนแห่งรีพับลิกันและบารัค โอบามาแห่งเดโมแครต
ต่างทุ่มพลังกระตุ้นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในช่วงสุดสัปดาห์สุดท้าย
ของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง
ชิงตำแหน่งเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ยาวนานนับปี

ทั้งนี้ แมคเคนใช้เวลาในวันเสาร์(1)หาเสียงที่เวอร์จิเนีย
และเพนซิลเวเนีย โดยหวังพลิกคะแนนเลือกตั้งให้ได้
ในวันอังคารนี้ (4) ทว่า เวอร์จิเนียซึ่งเป็นฐานเสียงของรีพับลิกันมาตลอด
ก็ดูเหมือนมีแนวโน้มเอนเอียงไปทางโอบามามากขึ้น
ในช่วงหลัง แต่แมคเคนก็พยายามหาทางแย่งคะแนน
จากโอบามาในเพนซิลเวเนียซึ่งเป็นฐานเสียงของเดโมแครตด้วยเช่นกัน

ด้านโอบามาซึ่งมีคะแนนเป็นต่อในระดับประเทศ
และยังนำในมลรัฐสำคัญๆ ที่จะเป็นจุดตัดสินผลการเลือกตั้งด้วย
ก็พยายามหาทางน็อคเอาท์คู่แข่งให้ได้ในเนวาดา
โคโลราโด และมิสซูรี ซึ่งประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช
เคยชิงชัยไปได้ในการเลือกตั้งปี 2004
อย่างไรก็ตาม ในการเลือกตั้งคราวนี้
บุชกลับไม่ได้ปรากฏตัวในการหาเสียงที่ใดเลย
หลังจากที่คะแนนนิยมในตัวเขาตก ต่ำลงอย่างหนัก
ในขณะที่ทีมรณรงค์หาเสียงของโอบามา
ก็โจมตีแมคเคนอยู่เนืองๆ ว่าเป็นคนที่ถอดแบบมาจากบุช
อีกทั้งยังชี้ว่ารองประธานาธิบดีดิค เชนีย์
กล่าวชื่นชมแมคเคนที่บ้านเกิดของเขาในไวโอมิง
“ผมขอแสดงความยินดีกับวุฒิสมาชิกแมคเคนด้วย
ที่ได้การสนับสนุนดังกล่าวนี้ เพราะเขาควรได้รับมันจริงๆ
และเป็นการสนับสนุนที่ใช่ว่าจะได้มาง่ายๆ” โอบามากล่าว

ส่วนแมคเคนก็เยาะเย้ยโอบามาที่พูดถึงชัยชนะ
ในการเลือกตั้งขั้นต้นว่า ทำให้เขามีศรัทธาในชาวอเมริกันมากขึ้น
ว่า “เขาพูดเมื่อวันก่อนว่าชัยชนะในการเลือกตั้งของเขา
เป็นการกอบกู้ศรัทธาของ เขาต่ออเมริกา
ท่านทั้งหลาย ประเทศชาติของผมไม่เคยต้อง
พิสูจน์ตัวเองต่อผมเลย ผมมีศรัทธาต่ออเมริกาเสมอมา”
ในวันพรุ่งนี้ (4) ชาวอเมริกันจะใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ
ใน 51 เขตซึ่งได้แก่รัฐต่างๆ 50 มลรัฐ กับเขตดิสตริกต์ออฟโคลัมเบีย
โดยในแต่ละมลรัฐจะมีจำนวนคณะผู้เลือกตั้งไม่เท่ากัน
ขึ้นอยู่กับจำนวนตัวแทนในสภาผู้แทนราษฎร
และหากผู้สมัครคนใดที่ได้คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 270 คะแนน
ก็จะเป็นผู้นำสหรัฐฯ คนต่อไป
ทั้งนี้ ชาวอเมริกันจะต้องเลือกระหว่าง โอบามา
วุฒิสมาชิกวัย 47 ปีจากรัฐอิลลินอยส์ ผู้อาจจะได้เป็นประธานาธิบดี
ผิวสีคนแรกของสหรัฐฯ กับแมคเคน วุฒิสมาชิกจากแอริโซนา วัย 72 ปี
เขาอาจจะได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่มีอายุมากที่สุด
ในการเข้ารับตำแหน่งในสมัยแรก
หากผลสำรวจคะแนนนิยมถูกต้อง
โอบามาจะเป็นผู้ชนะด้วยคะแนนทิ้งห่างจากคู่แข่ง
ทว่า แมคเคนและทีมรณรงค์หาเสียงของเขา
ก็ยังมีความหวังจากคะแนนนิยมที่รีพับลิกัน ทำสำรวจขึ้นเอง
รวมทั้งผลสำรวจความเห็นบางสำนักก็ให้แมคเคนเป็นต่ออยู่
อนึ่ง รอยเตอร์/ซี-สแปน/ซ็อกบีเผยผลสำรวจ
เมื่อวันเสาร์ (1) ว่าโอบามามีคะแนนนำแมคเคนอยู่ราว 5 [...]

การ Debate ครั้งแรก

บารัค ​โอบามา จากพรรค​เด​โม​แครต
และ จอห์น ​แมค​เคน จากพรรครีพับลิกัน
ซึ่ง​เป็นคู่​แข่งชิงตำ​แหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ
ได้​เข้าร่วม​การ​โต้วาที​แสดงวิสัยทัศน์ ​หรือ ดิ​เบท
เมื่อวานนี้ (27 กันยายน 2551)
ซึ่งจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยมิสซิสซิปปี ในเมืองอ็อกซ์ฟอร์ด
โดยจิม ​เลห์​เรอร์ พิธีกรชื่อดังของสถานี​โทรทัศน์ PBS
รับหน้าที่​เป็น​ผู้ดำ​เนินราย​การในช่วง​แรกของ​การ​โต้วาที

แมค​เคน​แสดงจุดยืนสนับสนุน​แผน​การฟื้นฟูภาค​การ​เงิน
ตามที่คณะ​ทำงานของประธานาธิบดีจอร์จ ดับ​เบิ้ลยู บุช
ได้นำ​เสนอต่อสภาคอง​เกรส ขณะที่​โอบามากล่าวว่า
การที่รัฐบาลสหรัฐต้องมี​แผนอุ้มสถาบัน​การ​เงิน
เป็น​การสะท้อน​ความล้ม​เหลวของน​โยบาย​การ​เงินของบุช
อีก​ทั้งกล่าวว่า​แผน​การดังกล่าวมี​เป้าหมายที่จะอุ้มสถาบัน​การ​เงิน
ใน วอลล์สตรีท มากกว่าที่จะช่วย​เหลือประชาชนทั่ว​ไปอย่าง​แท้จริง
“​การที่รัฐบาลดิ้นรน​ใช้​แผนฟื้นฟูภาค​การ​เงิน​ในครั้งนี้
สะท้อน​ให้​เห็น​ถึงน​โยบาย​เศรษฐกิจที่ล้ม​เหลวตลอดระยะ​เวลา 8 ปี
ที่ประธานาธิบดีบุชบริหารประ​เทศ ​ซึ่งน​โยบายที่ล้ม​เหลวนี้
ท่านวุฒิสมาชิก​แมค​เคน​ก็​ให้​การสนับสนุนด้วย” ​โอบามากล่าว

ต่อมา​โอบามา​และ​แมค​เคน ​ได้​แสดงวิสัยทัศน์
เกี่ยวกับตัว​เลข​การ​ใช้จ่ายของรัฐบาล ภาษี ​และสงครามอิรัก
โดย​ทั้ง 2 ฝ่ายถูกตั้งคำถาม ​และ​โต้ตอบกัน​ไปมาอย่าง​เผ็ดร้อน
ทั้ง​ใน​เรื่องน​โยบาย​เศรษฐกิจ​และ​ ความมั่นคง
ในช่วงหนึ่งของ​การ​โต้วาทีครั้งนี้
แมค​เคนวัย 47 ปีกล่าวด้วยอารมณ์รุน​แรงว่า
“ผม​ไม่​เชื่อว่าวุฒิสมาชิก​โอบามามี​ความรู้​หรือประสบ​การณ์อะ​ไร
ที่จะลุกขึ้นมา​เป็น​ผู้นำประ​เทศนี้ ท่านวิ​เคราะห์ทุก​เรื่องผิดหมด
โดย​เฉพาะ​เรื่องสงครามอิรัก” ขณะที่​โอบามาวัย 47 ปีตอบ​โต้ทันควันว่า
“​ทั้งประธานาธิบดีบุช​และวุฒิสมาชิก​แมค​เคนจดจ่อ​เรื่องสงครามอิรัก
มาก​เกิน​ไปจน​ไม่สน​ใจปัญหาอื่นๆของประ​เทศ
ประธานาธิบดีคนต่อ​ไปของสหรัฐจะต้องมีวิสัยทัศน์
เชิงยุทธศาสตร์ที่กว้าง​ไกลกว่านี้ ​เพราะ​ความท้าทาย
ที่สหรัฐ​เผชิญอยู่นั้น​ไม่​ได้มี​แค่สงครามอิรัก​เพียง​เรื่อง​เดียว”

แมค​เคนกล่าวว่า หาก​เขา​ได้รับ​เลือก​เป็นประธานาธิบดีสหรัฐ
เขาจะควบคุมตัว​เลข​การ​ใช้จ่ายของรัฐบาลกลาง​ไม่​ให้บานปลาย
พร้อมถือ​โอกาส​โจมตี​โอบามาว่า​เป็นนัก​การ​เมืองที่มีน​โยบาย​ใช้จ่ายฟุ่ม​เฟือย
และ​ไม่สามารถ​ทำ​ให้รีพับลิกัน​และ​เด​โม​แครตรวมกัน​เป็นหนึ่ง​ได้
ขณะที่​โอบามาตอบ​โต้ว่า ​แมค​เคนตั้ง​ใจจะลดภาษี​ให้กับคนร่ำรวย
และระบุว่า​การที่คนรีพับลิกันอย่าง​แมค​แคนสนับสนุน​ให้รัฐบาล
นำ​เงินภาษีราษฎรมา​ใช้พยุงกิจ​การสถาบัน​การ​เงินถือ​เป็น​ความพยายาม
ที่จะอุ้มบริษัท​ในตลาดวอลล์สตรีท มากกว่าที่จะคำนึง​ถึงผลประ​โยชน์
ที่​แท้จริงของประชาชน​ผู้​เสียภาษี
ส่วน​ในประ​เด็นน​โยบายต่างประ​เทศนั้น
โอบามา​โจมตี​แมค​เคนว่า ​แมค​เคน​เป็นตัวตั้งตัวตีสนับสนุน​ให้
กองกำลังพันธมิตรบุก​เข้า​ทำสงคราม​ในอิรัก ​ซึ่ง​ไม่ต่างอะ​ไร
กับคนที่กระหายสงคราม ขณะที่​แมค​แคนตอบ​โต้ว่า
โอบามาวิ​เคราะห์​เรื่องนี้อย่างขาดประสบ​การณ์
และ​ไม่​ได้มองว่า​การส่งกองกำลังทหาร​เข้า​ไป​ในอิรัก
ก็​เพื่อคลี่คลายสถาน​การณ์รุน​แรงที่นั่น
สำนักข่าวบลูม​เบิร์กรายงาน

ถึงเวลาปิดฉากความฝันแล้ว

“ฮิลลารี” ให้การรับรอง “โอบามา”
ปิดฉากความฝันขึ้นชิงเก้าอี้ ปธน.หญิงคนแรกของสหรัฐฯ

ฮิลลารีปิดฉากความพยายามเข้าชิงเก้าอี้ทำเนียบขาว
เมื่อวันเสาร์ (7) พร้อมประกาศให้การรับรองโอบามา
ต่อกลุ่มผู้สนับสนุนที่ยังคงเดินทางมาให้กำลังใจนับพันคน
ฮิลลารี คลินตัน อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง
เรียกร้องให้กลุ่มผู้สนับสนุนของเธอหันมาให้การสนับสนุนบารัค โอบามา
วุฒิสมาชิกผิวสีจากรัฐอิลลินอยส์ และว่าที่ตัวแทนพรรคเดโมแครต
ขึ้นชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในการลงสู้ศึกเลือกตั้งกับจอห์น แมคเคน
ว่าที่ตัวแทนพรรครีพับลิกันในเดือนพฤศจิกายนนี้

“ฉันพร้อมทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อให้แน่ใจว่าวุฒิสมาชิกโอบามา
จะได้ก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนต่อไป ฉันขอให้พวกคุณทุกคน
ร่วมมือกับฉันในการทำงานเพื่อบารัค โอบามา
แบบเดียวกับที่ทุกคนได้ทำให้กับฉัน” ฮิลลารีกล่าวต่อกลุ่มผู้สนับสนุน
ในงานซึ่งจัดขึ้นที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติในกรุงวอชิงตัน
โดยมีอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน และเชลซี ลูกสาว ยืนให้กำลังใจอยู่ข้างๆ
อย่างไรก็ตามฮิลลารีไม่ได้กล่าวถึงความเป็นไปได้
ที่เธอจะลงสมัครชิงเก้าอี้รองประธานาธิบดี
ในฐานะรันนิงเมทของโอบามาแต่อย่างใด

ขอขอบคุณข่าวสาร จาก ผู้จัดการ ค่ะ

ทอม แฮงค์ ให้การสนับสนุน โอบามา

ดาราชื่อดัง ทอม แฮงค์
ได้ออกวิดีโอสนับสนุน โอบามาอย่างเป็นทางการมาแล้วค่ะ
( เขาเม้าท์กันว่า.. หากนับแค่คะแนนเสียงจากกลุ่มดารา และนักร้องแล้วล่ะก็..
ป่านนี้ โอบามาก็ได้เป็นประธานาธิบดีไปเรียบร้อยแล้วล่ะ )

ระบบการเมืองสหรัฐฯ

ในระบบการเมืองสหรัฐฯ
ปกติแล้วผู้ดำรงตำแหน่งในปัจจุบัน
จะลงชิงชัยในศึกทำเนียบขาวด้วย
โดยหากไม่ใช่ตัวประธานาธิบดีเองที่ต้องการอยู่ต่ออีกสมัยหนึ่ง
ก็ต้องเป็นรองประธานาธิบดีซึ่งต้องการขึ้นเป็นหมายเลขหนึ่งบ้าง
ทว่า ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช
ติดข้อจำกัดในรัฐธรรมนูญ จึงไม่สามารถเถลิงตำแหน่ง
เป็นวาระที่ 3 ได้ ขณะที่รองประธานาธิบดีดิก เชนีย์
ก็ปฏิเสธไม่ลงชิงชัยเก้าอี้ผู้นำประเทศในสมัยหน้า
ทำให้ศึกชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ
ประจำปี 2008 คราวนี้ จะต้องได้บุคคลภายนอก
เป็นผู้ชนะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1928 เป็นต้นมา

แม้ว่าวันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ
ซึ่งตรงกับวันที่ 4 พฤศจิกายน 2008 อาจจะยังคงอยู่ห่างไกล
ทว่า ขั้นตอนการเลือกตั้งขั้นต้นเพื่อสรรหาตัวแทนพรรค
ชิงตำแหน่งผู้นำประเทศได้เริ่มขึ้นแล้วอย่างดุเดือด
บรรดาผู้หวังที่จะเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนต่อไป
จากทั้ง 2 พรรคการเมืองหลักของอเมริกา
นั่นคือ เดโมแครต
และ รีพับลิกัน
เวลานี้ต่างกำลังต่อสู้กันเพื่อให้ได้เป็นตัวแทนของพรรค
ในการลงสมัครรับเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม
ภายหลังดิ้นรนต่อสู้อย่างหนักเมื่อปี 2007
เพื่อระดมเงินมาใช้หาเสียง และความพ่ายแพ้
ในการเลือกตั้งขั้นต้นในสมัยสนามแรก
ก็ทำให้ผู้สมัครจำนวนหนึ่งถอนตัวออกจากแข่งขันไปบ้างแล้ว