Archive for the ‘เพื่อสุขภาพ’ Category

เพิ่มพลังสมองด้วยการกิน

จะเห็นได้ว่า รูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน
มีแนวโน้มที่ก่อให้เกิดภาวะความเครียดสูง
ซึ่งหลายคนอาจเคยรู้สึกสมองเบลออยู่บ่อย ๆ
และคิดอะไรไม่ค่อยออก
เราจึงนำเคล็ดลับที่จะช่วยเฟ้นพลังสมองมาฝาก
ซึ่งวิธีการง่าย ๆ อย่างหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มพลังสมอง
ให้มีความคิดที่สร้างสรรค์ และโลดแล่นได้ก็คือ
การเลือกทานอาหารที่มีสารอาหาร
ที่ช่วยในการเพิ่มพลังสมองได้แก่

อาหารที่ทานแล้วสมองตื่นตัว กระฉับกระเฉง
อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบีชนิดต่าง ๆ
จะช่วยในกระบวนการสร้างพลังงานให้กับสมอง
เช่น อาหารจำพวกนม เนยแข็ง ปลาชนิดต่าง ๆ
เนื้อสัตว์ ถั่วลิสง สาหร่ายทะเล ตับ เต้าหู้ ข้าวซ้อมมือ
ซึ่งอาหารดังกล่าว จะช่วยทำให้สมองรู้สึกกระฉับกระเฉง
และตื่นตัวมากยิ่งขึ้น

อาหารที่ทานแล้วอารมณ์ดี
อาหารที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตสูง และมีโปรตีนต่ำ
เช่น ข้าว พืชตระกูลถั่วเมล็ดแห้งต่าง ๆ งา ขนมหวาน
ช็อคโกแลต จะช่วยให้คุณเกิดความรู้สึกผ่อนคลาย และอารมณ์ดี

อาหารที่ทานแล้วเพิ่มภูมิต้านทานให้สมอง
ให้คุณหันมาทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ ซี และอี
ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยต้านอนุมูลอิสระ
และช่วยให้สมองมีภูมิต้านทานต่อสารต่าง ๆ ที่เป็นมลพิษ
โดยแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ
เช่น มะเขือเทศ กระถิน ผักตำลึง ผักบุ้ง ผักคะน้า
แครอท มะละกอสุก มะม่วงสุก กล้วย สับปะรด
ข้าวโพด นม เนย ถั่วเหลือง เป็นต้น
ส่วนแหล่งอาหารที่มีวิตามินซี เช่น ดอกกะหล่ำ
มะเขือเทศ ส้ม มะนาว ผลไม้ต่าง ๆ
และวิตามินอี มักพบได้ในตับ ไข่แดง
นม ถั่วลิสง [...]

สเตียรอยด์ (Steroids) คืออะไร ?

สเตียรอยด์ เป็นชื่อเรียกของกลุ่มฮอร์โมน
ที่ร่างกายสร้างจากต่อมหมวกไต
เรามักจะได้ยินคำว่า สเตียรอยด์ กันบ่อยๆ
เช่นข่าวยาลูกกลอนผสมสเตียรอยด์
หรือเมื่อคุณไปรักษาตัวตามโรงพยาบาล
ก็มักจะถูกแพทย์พยาบาลซักประวัติเสมอว่า
ใช้ยาที่มีสเตียรอยด์หรือเปล่า
สเตียรอยด์ คืออะไร และมีคุณสมบัติอย่างไร ?
สเตียรอยด์ เป็นชื่อเรียกของกลุ่มฮอร์โมน
ที่ร่างกายสร้างจากต่อมหมวกไต ซึ่งสเตียรอยด์ที่ถูกสร้างขึ้น
มีหลักๆ อยู่ 2 ชนิด คือ คอร์ติโซล (cortisol)
และอัลโดสเตอโรน (aldosterone)
คอร์ติโซล จะถูกหลั่งออกมามากที่สุดในตอนตื่นนอน
และน้อยที่สุดในตอนนอนหลับ เมื่อร่างกายมีภาวะเครียดเกิดขึ้น
เช่น มีไข้ มีบาดแผล ได้รับการผ่าตัด หรือมีการออกกำลังกาย
ร่างกายจะหลั่งคอร์ติโซลเพิ่มมากขึ้น เพื่อช่วยควบคุมภาวะเครียด
หรือความกดดันเหล่านั้น นอกจากนี้สเตียรอยด์ยังมีประโยชน์ต่อร่างกาย
ในการบรรเทาอาการอักเสบ ควบคุมสมดุลของเกลือแร่และน้ำ
รวมถึงมีบทบาทต่อเมตาบอลิซึ่มของคาร์โบไฮเดรต
โปรตีน และไขมัน ส่วนอัลโดสเตอโรนทำหน้าที่ควบคุมสมดุลเกลือแร่
ในร่างกาย คือโปแตสเซียมและโซเดียม
หากมีอัลโดสเตอโรนหลั่งออกมามากเกินไป
ก็จะทำให้ร่างกายขับโปแตสเซียมออกมาก
กล้ามเนือ้อ่อนแรง และทำให้มีความดันโลหิตสูงได้
สำหรับสเตียรอยด์ที่ใช้เป็นยานั้น
เป็นสารที่สังเคราะห์ขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์ในการรักษาโรค
รวมถึงใช้ทดแทนในกรณีที่ร่างกายไม่สามารถสร้างฮอร์โมนดังกล่าวได้
สเตียรอยด์มีประโยชน์ต่อการรักษาโรคมาก
บางครั้งจำเป็นต้องใช้เป็นอันดับแรก เช่น การรักษาโรค SLE
การแพ้ยา เป็นต้น สเตียรอยด์ยังมีการใช้ในผู้ที่มีการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ
เพื่อกดภูมิคุ้มกันและเกิดการยอมรับอวัยวะผู้อื่นได้ดีขึ้น
นอกจากนี้สเตียรอยด์ยังมีการใช้ในกรณีที่รักษาด้วยยาอื่นๆ แล้วไม่ดีขึ้น
ตัวอย่างเช่น
รักษาโรคข้ออักเสบที่รุนแรง ควบคุมไม่ได้ด้วยยาทั่วไป
แต่ถ้าสงสัยว่ามีการติดเชื้อร่วมด้วย ห้ามใช้ สเตียรอยด์โดยเด็ดขาด
เพราะจะทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงขึ้น
รักษาโรคภูมิแพ้ที่รุนแรง ควบคุมด้วยยาอื่นไม่ได้ผล
เช่น ยาต้านฮีสตามีนหรือยาขยายหลอดลม
และควรใช้ในระยะเวลาสั้น ใช้ในรูปยาทาเฉพาะที่ในการรักษาโรคผิวหนัง
เพื่อลดอาการอักเสบและยับยั้งอาการคัน
ซึ่งไม่ใช่เป็นการรักษาที่สาเหตุ
ดังนั้นเมื่อหยุดยาโรคอาจกลับมาเป็นอีกถ้าต้นเหตุยังคงอยู่

เนื่องจากสเตียรอยด์มีผลต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย
เกือบทุกระบบ การใช้สเตียรอยด์จึงอาจนำไปสู่อันตรายมากมาย
ที่สำคัญได้แก่
การติดเชื้อ - สเตียรอยด์ขนาดสูงมีผลกดภูมิต้านทานของร่างกาย
จึงทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อราได้ง่าย
เกิดแผลในกระเพาะอาหาร
- บางรายงานพบว่าสเตียรอยด์ทำให้มีการหลั่งกรด
ในกระเพาะอาหารมากขึ้น
มีผลต่อเยื่อบุกระเพาะอาหารทำให้บางลง
และยับยั้งการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ทดแทนเนื้อเยื่อเก่าที่หลุดไป

ยับยั้งการเจริญเติบโตในเด็ก
- [...]

การวางมาตรการป้องกัน “ชิคุนกุนยา”

ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ – กระทรวงสาธารณสุข วางมาตรการ
ป้องกันโรคชิคุนกุนยาและไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
โดยมีหน่วยงานทั้งฝ่ายปกครอง สาธารณสุข
และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใน 14 จังหวัดภาคใต้เข้าร่วม
พร้อมสั่งคุมเข้มด่านพรมแดนทุกด่าน เตรียมยาโอเซลทามีเรีย
และขอความร่วมมือประชาชนร่วมกำจัดยุงลาย

วันนี้ (21 พ.ค.) ที่ห้องจุติ โรงแรมเจบี
อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายแพทย์ ไพจิตร์ วราชิต
รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในการประชุม
ปรึกษา และซักซ้อม แนวทางป้องกันแก้ไขการระบาด
ของโรคไข้ปวดข้อยุงลายหรือชิคุนกุนยา
และไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 (H1 N1) ในพื้นที่ภาคใต้
เพื่อให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการป้องกัน ควบคุมโรคในพื้นที่
เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว
โดยมีหน่วยงานทั้งฝ่ายปกครอง สาธารณสุข
และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใน 14 จังหวัดภาคใต้เข้าร่วม

นายแพทย์ ไพจิตร์ วราชิต เปิดเผยว่า
โรคชิคุนกุนยาหรือโรคไข้ปวดข้อยุงลาย
เกิดจากเชื้อไวรัสชิคุนกุนยา โดยมียุงลายบ้านและยุงลายสวน
เป็นพาหะนำโรค อาการจะปรากฏหลังจากได้รับเชื้อประมาณ 2-3 วัน
คือ มีไข้สูงเฉียบพลันและปวดข้อ บริเวณที่พบบ่อยคือ ข้อนิ้ว ข้อมือ
ข้อเท้า มีผื่นแดงยกหนาขึ้นตามร่างกาย ระยะแพร่เชื้อจะอยู่ในช่วง 3-5 วันแรก
ซึ่งเป็นช่วงที่มีอาการไข้ เนื่องจากมีเชื้อไวรัสอยู่ในกระแสเลือด
ดังนั้นในช่วงนี้จึงต้องป้องกันไม่ให้ยุงกัดผู้ป่วย
เพื่อป้องกันการติดต่อของโรค ซึ่งในขณะนี้ยังไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัส
แต่ผู้ป่วยมักหายได้เองจากการกินยาแก้ปวด ลดไข้
และพักผ่อนให้เพียงพอ

โดยในส่วนของจังหวัดสงขลาเอง
ทางกระทรวงสาธารณสุขได้นำรถและเครื่องพ่นยาฆ่ายุงลาย
มาเพิ่มเติมอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อสนับสนุนการป้องกัน
และปราบปรามโรคชิคุนกุนยาในพื้นที่ให้เร็วที่สุด
นอกจากนั้นยังจะใช้จังหวัดสงขลาเป็นพื้นที่กันชน
ไม่ให้โรคชิคุนกุนยาที่กำลังระบาดหนัก
ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
แพร่ระบาดไปยังจังหวัดใกล้เคียงอีกด้วย
เเละในส่วนของประชาชนเองก็ต้องให้ความใส่ใจ
และระมัดระวังในการป้องกันตนเองด้วย
โดยการกำจัดภาชนะแหล่งน้ำขังที่อาจเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย
ทั้งภายในและภายนอกบริเวณบ้าน การสวมเสื้อผ้าให้มิดชิด
ก่อนออกไปทำงานในสวน เพราะส่วนมากแล้ว
ยุงจะชอบกัดคนที่บริเวณลำคอและแผ่นหลังเป็นส่วนใหญ่

สำหรับความคืบหน้าของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 (H1 N1) นั้น
ทางกระทรวงสาธารณสุข และกรมควบคุมโรค ก็ได้มีการคุมเข้มด่านพรมแดนต่างๆ
กว่า [...]

5 สุดยอดอาหารที่สาวๆ ขาดไม่ได้

เพื่อให้สาวๆ ได้ดูแลสุขภาพ
และป้องกันโรคเสี่ยงที่เป็นกันในหมู่ผู้หญิงเรา
เมื่ออายุอานามมากขึ้น ไปดูกันเลยค่ะ ว่ามีอะไรบ้าง

1. โยเกิร์ตไขมันต่ำรสธรรมชาติ
ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม และการติดเชื้อในช่องคลอด
นอกจากนี้ยังมีแคลเซียมสูงป้องกันปัญหากระดูกพรุนได้ด้วย
กินมากแค่ไหน รับประทานสัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง
2. ปลาที่มีไขมัน
ปลาที่มีไขมัน เช่น ปลาแซลมอน ปลาแมคเคอเรล
ปลาซาร์ดีน มีกรดไขมันโอเมก้า 3 ช่วยป้องกันโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
โรคเอสแอลอี ซึ่งพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
กินมากแค่ไหน รับประทานสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง
3. ถั่ว
ทั้งถั่วที่กินได้ทั้งฝัก เช่น ถั่วแขก ถั่วพู ถั่วฝักยาว
และถั่วเมล็ดรูปไต เช่น ถั่วดำ ถั่วแดง มีไฟเบอร์สูง
มีสารที่มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์โปรติเอส ซึ่งช่วยป้องกัน
และลดการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง ช่วยป้องกันมะเร็งเต้านม
ที่สำคัญส่งผลดีต่อฮอร์โมนเพศหญิง
กินมากแค่ไหน รับประทานสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง
4. มะเขือเทศ แตงโม
มีสารไลโคปีน ช่วยป้องกันมะเร็งเต้านม
มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ทำให้ดูอ่อนเยาว์
เพราะช่วยป้องกันผิวไม่ให้ถูกรังสีอัลตร้าไวโอเลตทำลาย
กินมากแค่ไหน รับประทานสัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง
5. เบอร์รี่
เบอร์รี่ เช่น บลูเบอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่ ราสเบอร์รี่
มีแอนโตไซแอนส์ (anthocyans) ซึ่งมีบทบาทสำคัญ
ในการซ่อมแซมเซลล์ในร่างกายของเรา
นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ยืนยันว่าช่วยลดความเสี่ยง
ต่อการเป็นโรคมะเร็ง หลายชนิด ได้แก่ มะเร็งเต้านม
มะเร็งระบบทางเดินอาหาร
กินมากแค่ไหน [...]

อนามัยโลกเตือนภัยหวัดเม็กซิโกระดับ5

เอเจนซี / เอเอฟพี -
องค์การอนามัยโลกสั่งเพิ่มระดับการเตือนภัย
เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เม็กซิโก
เป็นระดับที่ 5 จากทั้งหมด 6 ระดับแล้ว
ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยัน
จากห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ว่า
เสียชีวิตเนื่องจากติดเชื้อไวรัสดังกล่าวจริง
มี 9 รายในขณะนี้ โดยในจำนวนนี้เป็นผู้เสียชีวิต
ในเม็กซิโก 8 รายและสหรัฐอเมริกา 1 ราย
ด้านประเทศที่พบผู้ติดไวรัสอันตรายนี้
ก็เพิ่มเป็น 12 ประเทศ โดยที่ สวิตเซอร์แลนด์
เปรู และเนเธอร์แลนด์ ทยอยยืนยันล่าสุด

** อนามัยโลกเพิ่มระดับเตือนภัยหวัดเม็กซิโก**
องค์การอนามัยโลก ประกาศเพิ่มระดับเตือนภัย
การระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เม็กซิโก
จากระดับ 4 เป็นระดับที่ 5 แล้ว หลังจากตรวจพบว่า
มีการแพร่เชื้อจากมนุษย์สู่มนุษย์ในอย่างน้อย 2 ประเทศแล้ว
คือ เม็กซิโกและสหรัฐฯ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่
หวัดสายพันธุ์ใหม่นี้ กำลังจะกลายเป็นโรคระบาดแพร่หลาย
กว้างขวาง (pandemic) อย่างเต็มรูปแบบแล้ว

การประกาศเพิ่มระดับเตือนภัยในครั้งนี้มีขึ้น
หลังจากเด็กชายวัย 23 เดือนชาวเม็กซิกันเสียชีวิต
ที่มลรัฐเทกซัสของสหรัฐฯ
ซึ่งถือเป็นผู้ป่วยรายแรกที่เสียชีวิต
จากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นอกประเทศเม็กซิโก
มาร์กาเร็ต ชาน ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก
กล่าวเรียกร้องหลังการประชุมฉุกเฉินเมื่อวันพุธ (29)
ให้ทุกประเทศดำเนินมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด
อย่างเร่งด่วน เช่น เพิ่มระดับการเฝ้าระวัง
และดำเนินมาตรการควบคุมการติดเชื้อ
เนื่องจากองค์การอนามัยโลกพบว่า
อัตราการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสชนิดนี้
ยังไม่มีแนวโน้มที่จะช้าลงแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก
ระบุว่า ขณะนี้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกมีการเตรียมพร้อม
ที่ดีกว่าครั้งใด ๆ ในประวัติศาสตร์ ในการรับมือ
การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่และเป็นครั้งแรก
ที่สามารถติดตามการแพร่ระบาดได้แบบนาทีต่อนาที
ซึ่งถือเป็นสิ่งจำเป็นเพราะเชื้อไวรัสสามารถกลายพันธุ์
ให้มีอันตรายมากยิ่งขึ้นหรือลดน้อยลงได้ทุกเวลา

ขณะเดียวกัน ดร.เคอิจิ ฟุกุดะ ผู้ช่วยผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก
ได้ออกมาระบุว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เม็กซิโกครั้งนี้ใช้เวลาเพียงไม่ถึง 1 สัปดาห์
ก็สามารถแพร่กระจายไปได้เกือบทุกทวีปทั่วโลกแล้ว
ซึ่งถือเป็นการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสที่น่ากลัวมากที่สุดของโลก
นับตั้งแต่การแพร่ระบาดของเชื้อ ” [...]

รับมือ “ไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก”

โดย คุณเอมอร คชเสนี

ขณะนี้ทั่วโลกต่างให้ความสนใจกับข่าวไข้หวัดใหญ่
ที่ระบาดในประเทศเม็กซิโก
ซึ่งคร่าชีวิตประชาชนไปเป็นจำนวนมาก
และมีผู้ติดเชื้ออีกหลายรายในหลายประเทศ
ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกาใน 5 มลรัฐ
ได้แก่ แคลิฟอร์เนีย เทกซัส แคนซัส นิวยอร์ก
และโอไฮโอ และที่ประเทศแดนาดา
ในรัฐบริติชโคลัมเบียทางภาคตะวันตก
และรัฐโนวาสโกเชียทางภาคตะวันออกของประเทศ
รวมทั้งประเทศสเปน ในเมืองบิลเบาทางตอนเหนือ
เมืองอัลเมนซาทางตะวันออกเฉียงใต้
และเมืองบาเลนเซียทางภาคตะวันออกของสเปน
เชื้อไข้หวัดใหญ่ดังกล่าว
เกิดจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ชนิด A สายพันธุ์ H1N1
ซึ่งอันที่จริงก็เป็นสายพันธุ์ย่อยของเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่พบในคน
แต่ทว่า H1N1 ที่พบล่าสุดนี้แตกต่างออกไป
คือมีสารทางพันธุกรรมที่พบในสายพันธุ์ต่างๆ
ของไวรัสที่ติดต่อในคน หมู และสัตว์ปีกผสมกันอยู่

หากเปรียบเทียบกับเชื้อไข้หวัดนก (H5N1)
เชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้ (H1N1)
มีความรุนแรงของโรคน้อยกว่าไข้หวัดนก
มีอัตราการเสียชีวิตน้อยกว่าไข้หวัดนก 10 เท่า
และรักษาได้ง่ายกว่า แต่มีการแพร่กระจายเชื้อมากกว่าและรวดเร็วกว่า
สายพันธุ์ดังกล่าวไม่ได้ติดต่อจากหมูสู่คน แต่ติดจากคนสู่คน
ซึ่งต่างจากไข้หวัดนกที่จะไม่ติดต่อจากคนสู่คน

องค์การอนามัยโลกระบุว่าประสบการณ์ของประเทศต่างๆ ในเอเชีย
ที่เคยเผชิญกับการระบาดอย่างหนักของโรคซาร์สและไข้หวัดนก
ซึ่งคร่าชีวิตชาวเอเชียไปเป็นจำนวนมาก ทำให้ในขณะนี้ถือได้ว่า
เอเชียมีความพร้อมมากกว่าประเทศในภูมิภาคอื่นๆ ของโลก
ในการรับมือกับการระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่ตัวนี้
สำหรับในประเทศไทย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่า
ยังไม่พบเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
ที่กำลังระบาด อยู่ในประเทศเม็กซิโก
แต่ก็ได้มีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการ
ของกระทรวงสาธารณสุข ที่กรมควบคุมโรค
ซึ่งจะมีการประชุมทุกวันเพื่อประเมินสถานการณ์และความเสี่ยง
ที่เชื้อจะกระจายเข้าสู่ประเทศ และปรับปรุงเร่งรัดมาตรการป้องกัน
และแก้ไขให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยมีมาตรการหลัก
คือ การเฝ้าระวังโรคครอบคลุมทุกจังหวัดและอำเภอ
การตรวจยืนยันเชื้อทางห้องปฏิบัติการและรายงานผลยืนยันภายใน 4 ชั่วโมง
การดูแลรักษาผู้ป่วยโดยการเตรียมคู่มือให้โรงพยาบาลต่างๆ
สามารถวินิจฉัยและรักษาได้อย่างทันท่วงที
และการเตรียมเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อ
โรคดังกล่าวสามารถใช้ยาต้านไวรัส โอเซลทามิเวียร์ (Oseltamivir)
หรือทามิฟลู (Tamiflu) ในการรักษาได้เช่นเดียวกับโรคไข้หวัดนก
ขณะนี้ไทยมียาโอเซลทามิเวียร์สำรองไว้อย่างเพียงพอ
และยังไม่มีปัญหาการดื้อยา ขณะนี้ได้สั่งให้มีการกระจายยาทั่วทุกจังหวัดแล้ว
หากจำเป็นต้องใช้ยาเพิ่ม องค์กรเภสัชกรรมสามารถผลิตเพิ่มได้อีก
และมีหน้ากากอนามัยชนิดเอ็น 95 และหน้ากากอนามัยทั่วไปอีกเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ยังมีรถโมบายยูนิตตรวจโรคเคลื่อนที่เตรียมลงจุดที่แพร่ระบาด
เพื่อทำการตรวจพิสูจน์ 24 ชั่วโมง ในทุกโรงพยาบาลอำเภอ
สำหรับการตั้งจุดตรวจผู้โดยสารที่เดินทางมาจากต่างประเทศ
กรมควบคุมโรคได้ติดตั้งเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิ (Thermo Scan)
ตามสนามบินนานาชาติทั่วประเทศ รวมทั้งมีการเฝ้าระวัง
และตรวจคัดกรองบุคคลที่เดินทางมาจากประเทศที่มีการแพร่ระบาด
โดยแยกผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัด หรือมีอาการไข้และไอออกไปเพื่อซักประวัติ

การดูแลป้องกันตัวเองในขณะนี้
ประการแรกคงต้องเลี่ยงการเดินทาง
ไปในพื้นที่ ที่เสี่ยงต่อการได้รับเชื้อ
หรือหากเพิ่งเดินทางกลับมา
ก็ต้องเฝ้าระวังตัวเองเป็นอย่างดี
ว่ามีอาการป่วยผิดปกติใดๆ หรือไม่
ผู้โดยสารที่เดินทางเข้าออกประเทศในช่วงนี้
จะได้รับแจกเอกสารคำเตือนด้าน สาธารณสุข (Health Card)
มีคำแนะนำให้สังเกตอาการของตนเองภายใน 14 [...]

สัญญานและอาการของคนที่ติดเชื้อไข้หวัดหมู

สัญญานและอาการของคนที่ติดเชื้อ
ไข้หวัดหมูหรือไข้หวัดใหญ่เม็กซิโก

อาการของไข้หวัดหมูในคนนั้นมีอาการคล้ายกัน
กับอาการของคนที่เป็นหวัดปกติ และมีอาการต่อไปนี้คือ
มีไข้ ท้องเสีย  เจ็บคอ  ปวดเมื่อยตามร่างกาย  ปวดศรีษะ
หนาว  และ ไม่มีเรี่ยวแรง อ่อนล้า ร่วมด้วย
ในบางคนมีอาการท้องเสียร่วมกับอาเจียน
และในอดีตมีรายงานว่าผู้ป่วยหลายคนมีอาการรุนแรง
ถึงขั้นเป็นปอดบวม และ ระบบหายใจล้มเหลว
และเสียชีวิตในที่สุด   เช่นเดียวกันกับหวัด
ที่ไข้หวัดหมูอาจจะแย่ลงจนต้องมีสภาพการเรื้อรัง
ผู้ที่ติดเชื้อไข้หวัดหมู ควรได้รับการพิจารณา
ถึงศักยภาพในการติดเชื้อ
ระยะเวลาความยาวนานของการฟักเชื้อจนมีอาการ
และความเป็นไปได้ของอาการป่วยที่ยาวนานถึง 7 วัน
เด็กๆ โดยเฉพาะเด็กเล็กอาจได้รับเชื้อเป็นเวลานาน

สัญญานเติอนภัยที่จะบ่งบอกถึงการต้องเข้ารับการรักษา
อย่างเร่งด่วนที่ต้องสังเกตมีดังนี้
ในเด็ก  หากเด็กมีอาการหายใจเร็ว หรือหายใจลำบาก
ผิวหนังเป็นจ้ำสีน้ำเงิน    ดื่มน้ำน้อยไม่เพียงพอ
ปลุกไม่ตื่น หรือไม่มีอาการตอบสนอง
มีอาการงอแงไม่ยอมให้อุ้ม  มีไข้เฉียบพลัน
หรือมีอาหารหวัด ไออย่างรุนแรง
หากมีอาการเหล่านี้ไม่ควรนิ่งนอนใจ
ต้องรีบเข้ารับการรักษาทันที
ในผู้ใหญ่ สัญญานเตือนภัยที่จะต้องรีบรักษาเช่นกัน
คือ อาการหายใจลำบาก หรือหายใจถี่
เจ็บ แน่นหน้าอกหรือช่องท้อง  วิงเวียน หน้ามืด
และอาเจียนอย่างรุนแรง หรืออาเจียนเป็นเลือด
หากมีอาการเหล่านี้ต้องรีบรักษาอย่างเร่งด่วน
โอกาสในการรับเชื้อ

การกระจายและการติดเชื้อของเชื้อไข้หวัดหมู
มี  2 ทาง คือ  ทางแรก เกิดจาการสัมผัสกับหมูที่ติดเชื้อ
หรือการอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อนด้วยเชื้อไวรัสไข้หวัดหมู
ทางที่สอง การเกิดจากสัมผัสระหว่างคนกับคนที่ติดเชื้อ
การกระจายและติดเชื้อระหว่างคนสู่คนนั้นได้มีการมีบันทึกไว้
และ ถูกคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูที่มีไข้หวัดระบาด (Seasonal flu)
สาเหตุให้ที่จะทำให้เชื้อแพร่กระจายจากคนสู่คน
คือการไอ  หรือจาม ของผู้ติดเชื้อ

จะรักษาอย่างไร?
ยาที่จะใช้รักษาอาการไข้หวัดหมูนั้น
CDC แนะนำให้ใช้ตัวยา  oseltamivir
หรือ   zanamivir  (ทางที่ดีอย่าซื้อกินเอง ควรไปพบแพทย์ค่ะ)
สำหรับการบำบัดรักษา  การป้องกันเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
ที่จะไม่ทำให้เกิดการติดเชื้อไวรัสนี้   ยาต้านไวรัส (Antivirus drug)
ตามคำสั่งยาของแพทย์ไม่ว่าจะเป็นยาเม็ด ยาน้ำ
หรือ ยาชนิดสูดดม ที่มีฤทธิ์ต้านหวัดช่วยได้
โดยการป้องกันการเจริญและพิ่มจำนวนในร่างกาย
(ยังคงมีไวสหลงเหลือในร่างกาย)  ถ้าหากมีอาการป่วย
ยาต้านไวรัสเหล่านี้สามารถทำให้อาการป่วยลดลง
และสามารถทำให้รู้สึกดีขึ้น เร็วขึ้น
และอาจใช้ป้องกันอาการหวัดที่รุนแรงได้
สำหรับการรักษานั้นยาต้านไวรัสทำงานได้ดีที่สุด
ถ้าใช้ตั้งแต่เริ่มมีอาการป่วย [...]