Archive for June, 2008

ไม่ยอมหมดหวัง

คงจะดี
หากเราไม่มีวันยอม “หมดหวัง”
มาฟังเพลงกันค่ะ

เพลง : ไม่ยอมหมดหวัง
ศิลปิน : เจนนิเฟอร์ คิ้ม
ก็เคยฝันใฝ่และเคยมั่นใจในวันนี้
ว่าคงต้องดีต้องเป็นได้ดังที่ตั้งใจ
แต่คนทั้งคนที่เป็นความฝันของหัวใจ
กลับมาทิ้งกันไปต้องสูญสิ้นไปหมดทุกอย่าง
ปวดใจเหลือเกินแต่คงต้องทนข่มความทรมาน
ฉันจะต้องก้าวผ่านตราบฉันยังคงหายใจ
แม้ว่าจะต้องเสียความรักไป
แม้ว่าจะไม่เหลือใครสักคน
มันจะเจ็บจะช้ำกี่หนแต่คนคนนี้ไม่ท้อใจ
แม้ว่าในวันนี้มีน้ำตา
จะข่มมันให้ไหลอยู่ข้างใน
ความฝันนั้นจบไปแต่ยังเหลือตัวฉัน
ก็คงสักวันที่ลมฝนมันจะผ่านพ้น
จะยอมสู้ทนเพื่อรอพบวันที่สดใส
หากมีสักคนสักคนที่ทำให้กันด้วยหัวใจ
ถึงนานสักเท่าไหร่แต่ฉันก็ยังเฝ้ารอ
แม้ว่าจะต้องเสียความรักไป
แม้ว่าจะไม่เหลือใครสักคน
มันจะเจ็บจะช้ำกี่หนแต่คนคนนี้ไม่ท้อใจ
แม้ว่าในวันนี้มีน้ำตา
จะข่มมันให้ไหลอยู่ข้างใน
ความฝันนั้นจบไปแต่ยังเหลือตัวฉัน
แม้ว่าจะต้องเสียความรักไป
แม้ว่าจะไม่เหลือใครสักคน
มันจะเจ็บจะช้ำกี่หนแต่คนคนนี้ไม่ท้อใจ
แม้ว่าในวันนี้มีน้ำตา
จะข่มมันให้ไหลอยู่ข้างใน
ความฝันนั้นจบไปแต่ยังเหลือตัวฉัน
อดทนไว้ก่อนใจ จะไม่ยอมหมดหวัง
[Audio clip: view full post to listen]

เวิ้งว้าง..


คนที่มีความสุขที่สุด

คนที่มีความสุขที่สุด
ไม่จำเป็นต้องได้สิ่งที่ดีที่สุด
…ตลอดเวลา

เพียงแค่…
ทำทุกสิ่งทุกอย่าง ที่ผ่านมาในชีวิต
ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
เท่านั้น ก็พอ

เศรษฐีเจ้าอารมณ์

ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเศรษฐีคนหนึ่งเป็นคนเจ้าอารมณ์
และมักจะปวดศีรษะอยู่เป็นประจำ
เขาได้ประกาศว่าจะให้รางวัลอย่างงาม
แก่คนที่สามารถรักษาอาการปวดศีรษะของเขาได้

หลายคนรวมทั้งหมอที่เชี่ยวชาญ
ต่างก็มาเสนอแนะวิธีรักษาโรคปวดศีรษะของเศรษฐีผู้นี้
แต่ไม่มีใครสามารถทำให้เขาดีขึ้นได้
อยู่ มาวันหนึ่ง มีฤาษีคนหนึ่งมาเยี่ยมท่านเศรษฐี
เศรษฐีได้บอกเกี่ยวกับโรคประจำตัวของเขาให้ฤาษีทราบ
ฤาษีจึงบอกกับท่านเศรษฐีว่า
“โธ่เอ้ยวิธีรักษาอาการปวดหัวของเจ้ามันง่ายนิดเดียว
นั่นก็คือเจ้าจะต้องมองทุกอย่างให้เป็นสีเขียวตลอดเวลา
แล้วอาการโรคของเจ้าจะหายไป”
เศรษฐีดีใจมาก
และคิดว่าสิ่งที่ฤาษีแนะนำเขานั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายมาก
วันรุ่งขึ้นท่านเศรษฐีจึงจ้างช่างทาสี หลายร้อยคน
มาช่วยกันทาสีของหมู่บ้านให้เป็นสีเขียวทั้งหมด
นอกจากนี้ด้วยความที่รวยมาก
ยังซื้อเสื้อผ้าสีเขียวให้กับคนในหมู่บ้านทุกคนใส่
ในตอนนี้ไม่ว่าท่านเศรษฐีมองไปทางใด
ก็จะเป็นสีเขียวตลอดเวลา
ตามคำแนะนำของฤาษี
อาการปวดศีรษะของเขาก็เริ่มดีขึ้นๆ
เขาเริ่มเป็นคนยิ้มง่ายและมีความสุขมากขึ้น

สองสามเดือนถัดมา
ท่านฤาษีได้กลับมาเยี่ยมเศรษฐีอีกครั้งหนึ่ง
แต่ก็ต้องเผชิญกับช่างทาสีคนหนึ่งซึ่งร้องตะโกนว่า
“หยุด หยุด ท่านเข้ามาในหมู่บ้านนี้ในชุดนี้ไม่ได้
เดี๋ยวผมจะทาสีท่านให้เป็นสีเขียวก่อน”
ฤาษีก็รีบวิ่งและหนีเข้าไปในบ้านของเศรษฐีได้ในที่สุด
ฤาษีได้พบกับเศรษฐีในบ้านและตำหนิว่า
“ทำไมเจ้าถึงเสียเงินทองและ เวลามากมาย
เพื่อเปลี่ยนสิ่งต่างๆรอบตัวเจ้าเล่า
เราไม่ได้บอกให้เจ้าไปเที่ยวทาสีทุกอย่างให้เป็นสีเขียวเลย
เจ้าเพียงแค่สวมแว่นตาสีเขียวเท่านั้น
เจ้าก็จะมองเห็นทุกสิ่งรอบตัวเป็นสีเขียวแล้ว”
หากเราต้องการเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมรอบตัว
เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกคนหรือทุกอย่าง
เราเพียงแต่เปลี่ยนตัวของเราเองก่อน
แล้วเราจะพบว่าทุกสิ่งรอบตัวของเราก็จะเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน
จาก การพัฒนาศักยภาพอย่างสมบูรณ์
โดย ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา

L o v e

คำสั้นๆคำเดียว
ที่ประกอบจากตัวอักษรเพียง 4 ตัว

แค่ เอาตัวอักษร L  O  V  E มาเรียงกัน
อ่านออก แปลได้ว่า “รัก”

ขอซื้อได้มั้ย… ราคาเท่าไหร่
แบ่งให้ได้มั้ย ถ้าไม่รู้จัก

ถ้าไม่รู้จักความรัก
แล้วจะเข้าใจรู้ซึ้งได้อย่างไร
ว่ารักคืออะไร
และรัก เป็นเช่นไร
ใครตอบได้บ้าง

10 วิธีจัดการกับอารมณ์ไม่ดี

1. มองโลกในแง่ดี
เมื่อเรามีความคิดที่ทำให้ซึมเศร้า
เช่น “ฉันทำวิชาเลขไม่ได้”
ให้คิดใหม่ว่า “ถ้าฉันได้รับความช่วยเหลือที่ถูกต้องฉันก็จะทำได้”
แล้วไปหาครู ครูพิเศษ หรือให้เพื่อนช่วยติวให้

2. หาสมุดบันทึกสักเล่มไว้เขียนก่อนเข้านอนทุกวัน
ในสมุดบันทึกเล่มนี้ ห้ามเขียนเรื่องไม่ดี
จงเขียนแต่เรื่องดีๆที่เกิดขึ้นในวันนั้น ตอนแรกอาจจะยากหน่อย
แต่ให้เขียนเรื่องอย่างเช่น มีคนแปลกหน้ายิ้มให้
ถ้าได้ลองตั้งใจทำ มันจะเปลี่ยนความคิดให้เรามองหาแต่เรื่องดีๆ
จากการศึกษาพบว่า คนที่คิดฆ่าตัวตายมีอาการดีขึ้น
หลังจากเริ่มเขียนบันทึกเรื่องดีๆได้เพียงสองสัปดาห์

3. ใช้เวลาอยู่กับคนที่ทำให้เธอหัวเราะได้

4. ใส่ใจกับความรู้สึกของตนเองในเวลาแต่ละช่วงวัน
การตระหนักรู้ถึงอารมณ์ของตัวเอง
จะทำให้เราจับคู่งานที่เราต้องทำ
กับระดับพลังงานในตัวได้อย่างเหมาะสม
เช่น ถ้าเรารู้สึกดีที่สุดตอนเช้า
แสดงว่าตอนเช้าคือเวลาจัดการกับงานเครียดๆ
เช่นไปเจอเพื่อนที่ทำร้ายจิตใจเรา
หรือคุยกับครูที่เราคิดว่าให้เกรดเราผิด
ถ้าปรกติเราหมดแรงตอนบ่าย
ให้เก็บเวลาช่วงนั้นเอาไว้ทำกิจกรรมที่ไม่ต้องใช้พลังทางอารมณ์มาก
เช่น อ่านหนังสือหรืออยู่กับเพื่อน
อย่าทำอะไรเครียดๆเวลาเหนื่อยหรือเครียด

5. สังเกตอารมณ์ตัวเองในเวลาช่วงต่างๆของเดือน
ผู้หญิงบางคนพบว่า ช่วงเวลาที่ตัวเองอารมณ์ไม่ดีสัมพันธ์กับรอบเดือน

6. ออกกำลังกาย
การออกกำลังกายช่วยให้เราแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ
การออกกำลังกายอย่างน้อยแค่วันละ 20 นาที
สามารถทำให้รู้สึกสงบและมีความสุขได้
การออกกำลังจะช่วยเพิ่มการผลิตเอ็นดอร์ฟีนของร่างกายด้วย
เอ็นดอร์ฟีนเป็นสารเคมีในร่างกาย ที่ทำให้เกิดความรู้สึกดี
และมีความสุขตามธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึ่งยาเสพติด

7. รู้จักไตร่ตรองแยกแยะ

8. ฟังเพลง
งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า จังหวะของเสียงเพลงช่วยจัดระเบียบความคิด
และความรู้สึกมั่นคงภายในจิตใจ และช่วยลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ

9. โทรหาเพื่อน
การขอความช่วยเหลือ ทำให้คนเรารู้สึกผูกพันกับคนอื่นและรู้สึกโดดเดี่ยวน้อยลง
และการโอบกอดช่วยให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึกดีออกมา
ซึ่งจะช่วยให้เรารับมือกับอารมณ์ได้

10. อยู่ท่ามกลางคนที่มีความสุข
อารมณ์ดีเป็นโรคติดต่อที่แพร่ได้เร็วมา เราจะเลียนแบบสีหน้า
การแสดงออก กล้ามเนื้อ ท่าทาง รูปแบบการพูด
เพื่อให้เข้ากับคนที่เราอยู่ด้วยโดยที่เราไม่รู้ตัว

สุข หรือเศร้า
อารมณ์เสีย อารมณ์เหงา
เป็นเรื่องธรรมชาติของคน
ที่เราสามารถที่จะจัดการได้
ไม่ใช่ภัยธรรมชาติ
ที่มาพร่าผลาญชีวิตคน
แบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว

เขียนไว้..บนผืนทราย

มีคน 2 คนเป็นเพื่อนกัน…
ร่วมเดินทางไปในทะเลทราย…
ระหว่างทาง…เกิดโต้เถียงขัดแย้งไม่เข้าใจกัน
เพื่อนคนหนึ่ง…พลั้งลงมือ…ตบหน้าอีกฝ่าย !!!
คนถูกทำร้าย…เจ็บปวด…แต่ไม่เอ่ยวาจา…
กลับเขียนลงบนผืนทรายว่า
“วันนี้…ฉันถูกเพื่อนรักตบหน้า”

พวกเขายังคงเดินทางต่อ…กระทั่งถึงแหล่งน้ำ
พวกเขาตัดสินใจอาบน้ำ…ชำระกาย…
พลันคนที่ถูกตบหน้ากลับจมน้ำ…
เพื่อนอีกคนไม่รั้งรอ…เข้าช่วยชีวิต…
คนรอดตาย…ยังคงไม่เอ่ยวาจา…
กลับสลักลงไปบนหินใหญ่…
“วันนี้…เพื่อนรักช่วยชีวิตฉันไว้”
อีกคนไม่เข้าใจ…ถามว่า…
“เมื่อถูกฉันตบหน้า…เธอเขียนลงทราย…
แล้วทำไมเมื่อครู่…ต้องสลักบนหิน”
อีกคนยิ้มพราย…กล่าวตอบ
“เมื่อถูกเพื่อนรักทำร้าย…เราควรเขียนมันไว้บนทราย
ซึ่งสายลมแห่งการให้อภัย…
จะทำหน้าที่พัดผ่าน…ลบล้างไม่เหลือ
แต่เมื่อมีสิ่งที่ดีมากมาย…บังเกิด
เราควรสลักไว้บนก้อนหินแห่งความทรงจำในหัวใจ…
ซึ่งจะไม่มีสายลมแรงเพียงใด…ลบล้างทำลาย….”

คิดว่า…ไม่ว่าใคร
คงอยากจะทำได้ เช่นเพื่อนที่แสนดีคนนี้
…ที่จะจดจำไว้ เพียงสิ่งที่ดี
และพยายามอดทน และอดกลั้น…
เลิก การจองล้าง จองผลาญ
หรือมีจิตใจผูกเจ็บพยาบาท
และนำไปสู่…การให้อภัย
ลองให้อภัยคนที่คุณเกลียดชังดูสักครั้ง
แล้วคุณจะได้ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่กลับมา
นั่นคือการที่เราสามารถชนะใจตัวเอง
การชนะใจตัวเอง จะนำมาซึ่งความสุข
ไม่เพียงแต่ของเราเองเท่านั้น
แต่ ของคนรอบข้างอีกหลายๆคน
แต่นั่นแหละนะ มันยากมากๆ
แต่ก็ยังคงมีความเชื่อว่า มันเป็นไปได้
หากเราพยายามมากเพียงพอ

การอยู่ร่วมกัน อย่างสันติสุข
มีเคล็ดลับง่ายๆ คือ
“เลือกจดจำ สิ่งที่ดีงาม ซึ่งผู้อื่นมอบให้
และ เลือกที่จะลืม และให้อภัย
เมื่อมีผู้กระทำผิดต่อเรา”

พูดง่าย แต่อาจจะทำยาก
โดยเฉพาะการ “ทำใจ”
แต่ไม่มีอะไรหรอก ที่คนเราจะทำไม่ได้
หากตั้งใจจริง
..เชื่อตัวเองซีคะ