Archive for September, 2008

ภัยจากพริ้นเตอร์

แค่กระดาษติดก็แย่แล้ว
แต่พรินเตอร์อาจส่งผลต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด

การศึกษาที่ออสเตรเลียจากเครื่องเลเซอร์พรินเตอร์ 62 เครื่อง
ที่ใช้งานประจำพบว่ามี 17 เครื่อง
ที่ปล่อยอนุภาคเล็กจิ๋ว ออกสู่อากาศเป็นจำนวนมาก
เอกสารยาวต่อเนื่องและภาพที่มีความละเอียดสูง
เป็นปัจจัยร้ายแรงที่สุด
อนุภาคนี้มีขนาดเท่ากับที่มากับควันบุหรี่
ไอเสียรถยนต์ และเข้าสู่ปอดได้
ดร.ริช เซค จากห้องปฏิบัติการแห่งชาติลอเรนซ์ เบิร์กเลย์ กล่าวว่า
เทียนที่จุดอยู่และการหุงหาอาหารก็ทำให้เกิดละอองทำนองนี้
แต่เรายังไม่เข้าใจผลกระทบต่อสุขภาพ
จากการสูดอนุภาคจิ๋วเข้าไป
สิ่งที่เป็นไปได้คือ อนุภาคนี้มีส่วนเกี่ยวโยงกับ
ปัญหาทางเดินหายใจ โดยไม่รู้ว่าเนื่องมาจาก
ส่วนประกอบ ปริมาณหรือสิ่งใดของอนุภาคที่ทำให้ก่อปัญหา

เราควรโยนพรินเตอร์ทิ้งไปดีไหม
คำตอบคือคงจะไม่ แล้วจะมั่นใจเครื่องที่ใช้งานหนัก
อยู่ในห้องเล็กๆอับทึบได้ไหม
ได้สิ แต่คงต้องเอาใจใส่มันสักหน่อย
ยังต้องมีการค้นคว้าวิจัยเรื่องนี้ให้มากขึ้น
ดังนั้น ตอนนี้ก็ไม่ต้องกังวลเกินเหตุ
อีกประการคือพรินเตอร์จะปล่อยอนุภาคเหล่านั้น
เฉพาะตอนกระดาษเลื่อนออกมา
ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย
ควรขยับเครื่องไปอยู่ตรงที่อากาศถ่ายเทได้ดี

ข้อมูลจากสรรสาระ ฉบับเดือน มกราคม 2551

มะเขือ


รู้ทันอาการ “สมองเสื่อม”

รู้ทันอาการ “สมองเสื่อม”
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจร่วมกันสักหน่อยว่า
โรคสมองเสื่อมนี้ มีอยู่ได้หลายแบบ
โดยไม่จำเป็นต้องเป็นอัลไซเมอร์เสมอไป
พูดง่ายๆ ว่า อัลไซเมอร์เป็นสมาชิกของโรคสมองเสื่อม
แต่โรคสมองเสื่อมไม่จำเป็นต้องเป็นอัลไซเมอร์เสมอไป
สาเหตุอาจเกิดจากหลอดเลือดสมองตีบ, โรคพันธุกรรม
หรือแม้แต่จากยาบางชนิดก็ได้ แต่ถ้าฟังแล้วยังงงก็ขอแบ่งง่ายๆ ว่า
สมองเสื่อมนี้อาจแบ่งได้เป็นแบบที่มีสาเหตุ
กับแบบที่สาเหตุยังไม่แน่ชัด ก็ได้
มีการทดลองที่น่าสนใจอยู่ชิ้นหนึ่ง
พบว่า หนูที่ถูกกระตุ้นให้เครียดเสียดแทงใจ
ด้วยไฟช็อตอยู่ตลอดเวลาจะพาให้เนื้อสมองต้องฝ่อเปื่อยไปด้วย
โดยเฉพาะในส่วนของความจำ ซึ่งเชื่อว่าไม่ต่างจากในคนที่เป็นโรคสมองเสื่อม
เป็นข้อพิสูจน์ว่าว่าความเครียดเกลียดโกรธนั้น
เป็นเหตุให้สมองเสื่อมได้จริง
แต่ทีนี้ว่าเสื่อมลงเร็วได้แค่ไหนในมนุษย์ก็เป็นสิ่งที่ยากจะรู้
แต่ก็ไม่สู้จะยากนักสำหรับนักวิทยาศาสตร์ช่างสังเกต
โดยดูจากนักโทษในค่ายกักกันของนาซีที่มีความเป็นอยู่สุดรันทด
ถูกกดดันว่าจะ ตายวันตายพรุ่ง ด้วยวิถีชีวิตสุดโหดเช่นนี้
ทำให้นักโทษที่ยังหนุ่มมีอายุเพียง 30 ปี
เกิดภาวะสมองเสื่อมแบบอัลไซเมอร์ขึ้นมาได้
ซึ่งนับว่าเป็นหลักฐานที่ช่วยไขปริศนาให้รู้ว่า
ความเครียดนั้นทำร้ายทำลาย สมองได้โดยตรง
และเร่งให้สมองคนหนุ่มแน่นเสื่อมลงได้
จนกลายเป็นเนื้อสมองฝ่อๆ ของคนแก่ได้ในเวลาไม่กี่ปีเท่านั้น

สำหรับท่านที่เป็นผู้บริหารระดับสูงหรือต้องใช้สมองมาก
รับผิดชอบสูง ก็อาจต้องลองนั่งคิดดูใหม่ว่าจะยังใช้วิธีบริหารแบบเดิม
เติมทุกข์เข้าใส่ ร่างกายหรือให้รู้จัก “ปล่อยวาง” บ้าง
ไม่สร้างสารเครียดให้ไปแช่อิ่มสมองล่วงหน้า
ไม่ต้องรอความชราเข้ามาหา โดยอาการเริ่มต้นของสมองแก่
หรือสมองเสื่อมที่เตือนมาให้เราสังเกตได้มีดังนี้
1. มีการเดินผิดปกติไป เช่นเดินขากางมากขึ้น กลั้นปัสสาวะไม่ค่อยได้
2. ความทรงจำเสียไป เริ่มจากความจำในปัจจุบันก่อน
แล้วค่อยกลายเป็นลืมความจำสมัยก่อน (อดีต)
คนแก่จึงชอบเล่าความหลังอย่างที่กล่าวกัน
3. ความเฉลียวฉลาดเสื่อมไป
4. มีพฤติกรรม อารมณ์เปลี่ยนไปก้าวร้าว ฉุนเฉียว
จนในที่สุดซึมเศร้าได้เมื่อเป็นมากขึ้น
5. เมื่ออาการคืบหน้าไปมากขึ้น จะไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้
ไม่สามารถออกจากบ้านไปไหนคนเดียวได้
จำเป็นต้องมีผู้อยู่ดูแล ช่วยเหลือใกล้ชิดอยู่ตลอดเวลา
อัลไซเมอร์ ถ้าเผลออาจ “ตาย” ได้
โรคสมองเสื่อมนั้นฟังดูเหมือนว่าไม่น่าจะทำอันตรายได้ถึงตาย
แต่ถ้าเป็นผู้ที่ได้ดูแลผู้ป่วยเหล่านี้ใกล้ชิดอยู่จะรู้ได้เลยว่า
ชีวิตของคนเป็นอัลไซเมอร์นั้นเสมือนอยู่บนเส้นด้ายที่บางสุด
ชีวิตอาจหยุดลงได้ในชั่วขณะใดขณะหนึ่ง ด้วยว่าเมื่อปราศจากสมอง
ส่วนที่คอยคิดตัดสินใจแล้วหลายทีที่มีการตัดสินใจพลาด
อาจเกิดอุบัติเหตุกับตัวหรือกับผู้อื่นได้ เช่นการขับรถเอง
หรือการล้มศีรษะฟาดพื้นถึงแก่ความตาย รวมถึงการเผลอ
หยิบยารับประทานเกินขนาดโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ในผู้สูงอายุที่ส่วนใหญ่มักมียาประจำตัวถุงขนาดร่วมยากลางบ้าน
ดังนั้นถ้าอยู่ร่วมกับผู้ป่วยอัลไซเมอร์จะ “เผลอ” ไม่ได้ทีเดียว
แม้ว่าจะดูเหมือนว่าเขาเป็นคนปกติน่าจะไว้ใจให้ดูแลตัวเองได้
แต่ใครจะรู้ว่าอาการของสมองเสื่อมนั้น
อาจเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ในชั่วขณะ
ยังกับราคาทองในปัจจุบัน และการเปลี่ยนแปลงนั้นส่วนใหญ่
มักเป็นไปในทางแย่ลง ยิ่งถ้าไม่มีใครคอยดูแล
ปล่อยให้มีการ “กำเริบ” เช่นว่านี้ได้บ่อย ก็จะค่อยๆทำลายสมอง
ให้ย่ำแย่ลงไปอย่างที่ไม่น่าจะเกิดทีเดียวครับ
ป้องกันสมองเสื่อมได้ใช้ “ใจ” คุณเอง
การจะป้องกันโรคสมองเสื่อมไม่ให้มาแผ้วพานนั้น
หาใช่การเอาเครื่องดื่มอาหารเสริมมากินแต่เพียงอย่างเดียวไม่
หากต้องเข้าใจในหลักว่าสมองจะมีความสุขอยู่ได้ก็ด้วยปัจจัย 2 ประการคือ
1) มีอาหารดีมาเลี้ยง
2) เปี่ยมไปด้วยหวังและกำลังใจ
โดยทั้งสองประการนี้สำคัญพอกัน
แต่ข้อหลังค่อนข้างจะยากอยู่สักเล็กน้อย
เพราะโดยมากคนเรามักจะมีความสุขสดชื่นอยู่ได้
ก็เฉพาะเมื่อวัยหนุ่มสาวหรือ เวลามีความรัก [...]

Have a Good Sleep


การ Debate ครั้งแรก

บารัค ​โอบามา จากพรรค​เด​โม​แครต
และ จอห์น ​แมค​เคน จากพรรครีพับลิกัน
ซึ่ง​เป็นคู่​แข่งชิงตำ​แหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ
ได้​เข้าร่วม​การ​โต้วาที​แสดงวิสัยทัศน์ ​หรือ ดิ​เบท
เมื่อวานนี้ (27 กันยายน 2551)
ซึ่งจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยมิสซิสซิปปี ในเมืองอ็อกซ์ฟอร์ด
โดยจิม ​เลห์​เรอร์ พิธีกรชื่อดังของสถานี​โทรทัศน์ PBS
รับหน้าที่​เป็น​ผู้ดำ​เนินราย​การในช่วง​แรกของ​การ​โต้วาที

แมค​เคน​แสดงจุดยืนสนับสนุน​แผน​การฟื้นฟูภาค​การ​เงิน
ตามที่คณะ​ทำงานของประธานาธิบดีจอร์จ ดับ​เบิ้ลยู บุช
ได้นำ​เสนอต่อสภาคอง​เกรส ขณะที่​โอบามากล่าวว่า
การที่รัฐบาลสหรัฐต้องมี​แผนอุ้มสถาบัน​การ​เงิน
เป็น​การสะท้อน​ความล้ม​เหลวของน​โยบาย​การ​เงินของบุช
อีก​ทั้งกล่าวว่า​แผน​การดังกล่าวมี​เป้าหมายที่จะอุ้มสถาบัน​การ​เงิน
ใน วอลล์สตรีท มากกว่าที่จะช่วย​เหลือประชาชนทั่ว​ไปอย่าง​แท้จริง
“​การที่รัฐบาลดิ้นรน​ใช้​แผนฟื้นฟูภาค​การ​เงิน​ในครั้งนี้
สะท้อน​ให้​เห็น​ถึงน​โยบาย​เศรษฐกิจที่ล้ม​เหลวตลอดระยะ​เวลา 8 ปี
ที่ประธานาธิบดีบุชบริหารประ​เทศ ​ซึ่งน​โยบายที่ล้ม​เหลวนี้
ท่านวุฒิสมาชิก​แมค​เคน​ก็​ให้​การสนับสนุนด้วย” ​โอบามากล่าว

ต่อมา​โอบามา​และ​แมค​เคน ​ได้​แสดงวิสัยทัศน์
เกี่ยวกับตัว​เลข​การ​ใช้จ่ายของรัฐบาล ภาษี ​และสงครามอิรัก
โดย​ทั้ง 2 ฝ่ายถูกตั้งคำถาม ​และ​โต้ตอบกัน​ไปมาอย่าง​เผ็ดร้อน
ทั้ง​ใน​เรื่องน​โยบาย​เศรษฐกิจ​และ​ ความมั่นคง
ในช่วงหนึ่งของ​การ​โต้วาทีครั้งนี้
แมค​เคนวัย 47 ปีกล่าวด้วยอารมณ์รุน​แรงว่า
“ผม​ไม่​เชื่อว่าวุฒิสมาชิก​โอบามามี​ความรู้​หรือประสบ​การณ์อะ​ไร
ที่จะลุกขึ้นมา​เป็น​ผู้นำประ​เทศนี้ ท่านวิ​เคราะห์ทุก​เรื่องผิดหมด
โดย​เฉพาะ​เรื่องสงครามอิรัก” ขณะที่​โอบามาวัย 47 ปีตอบ​โต้ทันควันว่า
“​ทั้งประธานาธิบดีบุช​และวุฒิสมาชิก​แมค​เคนจดจ่อ​เรื่องสงครามอิรัก
มาก​เกิน​ไปจน​ไม่สน​ใจปัญหาอื่นๆของประ​เทศ
ประธานาธิบดีคนต่อ​ไปของสหรัฐจะต้องมีวิสัยทัศน์
เชิงยุทธศาสตร์ที่กว้าง​ไกลกว่านี้ ​เพราะ​ความท้าทาย
ที่สหรัฐ​เผชิญอยู่นั้น​ไม่​ได้มี​แค่สงครามอิรัก​เพียง​เรื่อง​เดียว”

แมค​เคนกล่าวว่า หาก​เขา​ได้รับ​เลือก​เป็นประธานาธิบดีสหรัฐ
เขาจะควบคุมตัว​เลข​การ​ใช้จ่ายของรัฐบาลกลาง​ไม่​ให้บานปลาย
พร้อมถือ​โอกาส​โจมตี​โอบามาว่า​เป็นนัก​การ​เมืองที่มีน​โยบาย​ใช้จ่ายฟุ่ม​เฟือย
และ​ไม่สามารถ​ทำ​ให้รีพับลิกัน​และ​เด​โม​แครตรวมกัน​เป็นหนึ่ง​ได้
ขณะที่​โอบามาตอบ​โต้ว่า ​แมค​เคนตั้ง​ใจจะลดภาษี​ให้กับคนร่ำรวย
และระบุว่า​การที่คนรีพับลิกันอย่าง​แมค​แคนสนับสนุน​ให้รัฐบาล
นำ​เงินภาษีราษฎรมา​ใช้พยุงกิจ​การสถาบัน​การ​เงินถือ​เป็น​ความพยายาม
ที่จะอุ้มบริษัท​ในตลาดวอลล์สตรีท มากกว่าที่จะคำนึง​ถึงผลประ​โยชน์
ที่​แท้จริงของประชาชน​ผู้​เสียภาษี
ส่วน​ในประ​เด็นน​โยบายต่างประ​เทศนั้น
โอบามา​โจมตี​แมค​เคนว่า ​แมค​เคน​เป็นตัวตั้งตัวตีสนับสนุน​ให้
กองกำลังพันธมิตรบุก​เข้า​ทำสงคราม​ในอิรัก ​ซึ่ง​ไม่ต่างอะ​ไร
กับคนที่กระหายสงคราม ขณะที่​แมค​แคนตอบ​โต้ว่า
โอบามาวิ​เคราะห์​เรื่องนี้อย่างขาดประสบ​การณ์
และ​ไม่​ได้มองว่า​การส่งกองกำลังทหาร​เข้า​ไป​ในอิรัก
ก็​เพื่อคลี่คลายสถาน​การณ์รุน​แรงที่นั่น
สำนักข่าวบลูม​เบิร์กรายงาน

กรุ๊ปเลือดกับความโกรธ

มาลองดูกันซิคะว่า เวลาโกรธ

มีอะไรตรงกับนิสัยของคุณๆ กันบ้างรึเปล่า

คนเลือดกรุ๊ป A
คุณอาจจะต้องใช้เวลามากหน่อยกว่าเขาจะหายโกรธ
เพราะเขาเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น แต่ปกติจะเป็นคนโกรธคนยาก
จริงใจกับทุกคน แต่ถ้าลองใครทำให้โกรธล่ะเป็นเรื่อง
ยิ่งเป็นคนที่เขาไว้ใจแล้วมาหักหลังกัน
อาจถึงขั้นไม่ร่วมทางกันเลยเชียว
เวลาที่คนกรุ๊ป A โกรธ อย่าพยายามยับยั้งเขา
หรืออย่าไปแก้ตัวแทนคนที่ทำให้เขาโกรธ
เพราะเขาอาจพาลมาโกรธคุณด้วย พยายามเอาอกเอาใจเรื่องอื่น
เวลาจะช่วยให้เขาหายโกรธได้ แต่ถ้าจะให้ดีอย่าทำให้เขาโกรธเลยเป็นดี

คนเลือดกรุ๊ป B
จริงๆ แล้วคนเลือดกรุ๊ปนี้จะอารมณ์ดี
ออกจะเป็นคนโกรธง่าย แต่ก็ลืมง่ายด้วย
เขาจะโกรธใครได้ไม่นานนักหรอก สักพักเขาก็ลืมแล้ว
ยิ่งมีเรื่องสนุก ๆ มาเล่าให้ฟัง หรือมีอะไรมัน ๆ ให้เขาทำก็ยิ่งดี
ถ้าคนเลือดกรุ๊ป B โกรธขึ้นมา ต้องพยายามอย่าไปใส่ใจมากนัก
ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า ให้ทำเป็นไม่สนใจเขานะ
เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นเขาอาจจะพาลโกรธมากขึ้น
แค่อย่าไปพูดรื้อฟื้นทำให้เขาลืมๆ ไป ยิ่งลืมเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี

คนเลือดกรุ๊ป AB
เขาจะเป็นคนที่มีความคิดเป็นของตัวเอง
เป็นคนเชื่อมั่นในความคิดของตัวเองสูง ถือดีเป็นที่สุด
และไม่ชอบง้อใคร เวลาจะทำอะไรเขาก็เป็นคนมีเหตุผลพอสมควร
แต่เหตุผลก็จะเข้าข้างตัวเองซะมาก เขาอาจจะทำให้คุณปวดหัวได้
หากทำให้เขาโกรธ เพราะเขาจะไม่ยอมฟังคำแก้ตัวใด ๆทั้งสิ้น
ก็บอกแล้วว่าเขามีเหตุผลที่ค่อนข้างเข้าข้างตัวเอง
ถ้าเขาโกรธก็ยอมๆ เขาหน่อย
ยอมที่จะเอ่ยคำว่าขอโทษ
คงไม่เสียศักดิ์ศรีของคุณเท่าไหร่หรอกมั้ง
แค่เนี้ย…. เขาก็จะหายโกรธแล้ว

คนเลือดกรุ๊ป O
ความโกรธของคนเลือดกรุ๊ป O รุนแรง
ราวกับพายุเฮอริเคนก็ไม่ปาน เขาจะน่ากลัวมาก
เมื่ออยู่ในอารมณ์โกรธ อย่าไปขวางเชียว
อาจโดนลูกหลงเข้าได้  แต่เขาเป็นคนมีเหตุผลมาก
จึงเป็นเรื่องที่ยากหากจะทำให้เขาอารมณ์ดี
อย่างที่บอกแล้วว่า ถ้าโกรธจะแรงมาก
แต่ถ้าเขารู้สาเหตุข้อเท็จจริงที่ทำให้เขาโกรธ
อธิบายให้เขาฟังอย่างมีเหตุผล
เขาก็จะหายโกรธเป็นปลิดทิ้ง
ประมาณว่าเหมือนไม่เคยโกรธกันมาก่อน

ญี่ปุ่น

ประเทศญี่ปุ่นมีลักษณะเป็นรูปคล้ายมังกร
ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่มากมาย
แต่หากแบ่งเป็นเกาะใหญ่จะมีทั้งหมด 4 เกาะด้วยกัน
ได้แก่ Hokkaido , Honshu , Shikoku และ Kyushu
ทอดยาวจากด้านตะวันตกเฉียงเหนือไปทางด้านตะวันออก
เพราะเกาะของญี่ปุ่นทอดยาว สภาพอากาศจึงแตกต่างกันมาก
จากฮอกไกโดที่เยือกเย็นในภาคเหนือ จนถึงเกาะกึ่งเขตร้อนของภาคใต้
ทุก ๆ ภูมิอากาศมีความแตกต่างกันเล็กน้อย
สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลด้วย

ฤดูต่าง ๆ ในประเทศญี่ปุ่น
ฤดูใบไม้ผลิ (ฮารุ)
เริ่มในเดือนมีนาคม
เมื่อต้นไม้เริ่มผลิดอกออกใบและกลางวันเริ่มอุ่นขึ้น
เริ่มจากต้นพลัมบานเป็นทิวด้วยสีสัน
จากนั้นต้นท้อก็จะบาน ประมาณปลายเดือนมีนาคม
หรือต้นเดือนเมษายน ทุกคนจะรออย่างกระตือรือร้นเมื่อ
สถานีโทรทัศน์พยากรณ์อากาศวันที่ดอกซากุระ
จะบานในแต่ละเมือง จากนั้นจัดงานเลี้ยงเพื่อชมดอกไม้ (ฮานามิ)
ใต้ต้นซากุระ ดอกซากุระสีชมพู่ที่งดงามจะบานเพียง 1-2 สัปดาห์
ก่อนที่มันจะโรย เปิดทางให้แก่ดอกไม้ฤดูใบไม้ผลิอื่น ๆ เช่น ดอกฟูจิ
ฤดูร้อน (นัสซึ)
ซึ่งเริ่มจากเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนกันยายน
ช่วงต้นฤดูร้อน (โชะคะ) ระยะเวลาสั้นกับวันที่ร้อนและปลอดโปร่ง
แล้วจึงเป็นช่วงฤดูฝน (ทซึยุ) ซึ่งจะมีฝนตกแทบทุกวัน
ฤดูร้อนโดยรวมจะร้อนและชื้นทั่วญี่ปุ่น ยกเว้นฮอกไกโด
ความร้อนเบากว่ามาก ระหว่างช่วงกลางฤดูร้อน (มะนัสซึ)
ในเดือนสิงหาคม อากาศแม้จะร้อนแต่สดใส
ผู้คนจึงนิยมไปตั้งแคมป์ เดินป่า (hiking) หรือว่ายน้ำ
ฤดูใบไม้ร่วง (อะกิ)
เริ่ม จากเดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน
สภาพอากาศจะเริ่มแห้งและเย็นลง แม้จะมีฝนตกเป็นครั้งคราว
และยังอาจจะมีลมแรงหรือไต้ฝุ่น จากนั้นใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสี
พืชพรรณธัญญาหารจะเก็บเกี่ยวกันในฤดูใบไม้ร่วง
ท่ามกลางเทศกาลเก็บเกี่ยวของท้องถิ่นมากมาย
ฤดูหนาว (ฟุยุ)
จาก ปลายเดือนพฤศจิกายน
ถึงเดือนกุมภาพันธ์ ลมหนาวจากไซบีเรียและมองโกเลีย
จะพัดผ่านญี่ปุ่น แม้ว่าอุณหภูมิจะพอประมาณในภาคใต้
แต่อากาศในโตเกียวหลาย ๆ วันจะอยู่เหนือจุดเยือกแข็งไม่เท่าไร
ทางภูมิภาคแถบเหนือของเกาะฮอนชู ที่เรียกว่า [...]