Archive for November, 2008

น้ำท่วมแล้ว!!

เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก
ส่งผลให้น้ำป่าไหลท่วมรางรถไฟใน จ.สงขลา รวม 2 จุด
คือระหว่างสถานีควนมีดกับสถานีนาม่วง อ.จะนะ
และระหว่างสถานีนาม่วงกับสถานีหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่
ส่งผลให้รถไฟสองขบวนที่วิ่งมาจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ประกอบด้วยขบวนรถ 464 สุไหงโกลก-พัทลุง
และขบวน 38 รถด่วนพิเศษสุไหงโกลก-กรุงเทพฯ
ไม่สามารถผ่านได้ต้องติดค้างอยู่ที่สถานีควนมีด
และจำเป็นต้องขนถ่ายผู้โดยสารมายังสถานีหาดใหญ่
โดยฝ่ายช่างโยธาสถานีหาดใหญ่
กำลังเข้าไปสำรวจความเสียหายรางรถไฟที่ถูกน้ำท่วม

ส่วนเทศบาลนครหาดใหญ่นำป้ายและธงบอกระดับการแจ้งเตือนภัยน้ำท่วม
มาติดไว้ที่สะพานข้ามคลองอู่ตะเภา บริเวณหาดใหญ่ใน
เพื่อให้ประชาชนในเมืองหาดใหญ่ได้ทราบถึงระดับน้ำในคลองอู่ตะเภา
ซึ่งเป็นคลองสายหลักที่ตัดผ่านตัวเมืองหาดใหญ่
และเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง
แหล่งข่าวจาก http://breakingnews.nationchannel.com/

น้ำจะท่วมหาดใหญ่ไหมหนอ


เพิ่มพลังให้ตัวเอง

ร่างกายของคุณสร้างพลังงานได้จากสารอาหาร
ออกซิเจน และสิ่งกระตุ้นต่างๆอย่างเช่น กลิ่นหอม
อารมณ์ตามธรรมชาติ ความงาม และสิ่งกระตุ้นเหล่านี้
ตอบสนองต่อชีวิตที่ยุ่งวุ่นวายของเราได้เป็นอย่างดี
เพราะช่วยให้เราสดชื่นในทันใดและทำได้ง่ายดายทุกวัน

นวดใบหูของคุณ ตามหลักการแพทย์แผนจีน
การกระตุ้นจุดต่างๆบนใบหูทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น
ซึ่งทำให้มีพลังมากขึ้น ออกแรงนวดใบหูของคุณให้ทั่วสักหนึ่งนาที
แล้วใบหูจะเริ่มร้อนและคุณจะรู้สึกตื่นตัวขึ้นเกือบจะทันที
เริ่มที่ติ่งหูก่อนแล้วนวดไล่ขึ้นไปจนถึงส่วนบนสุดของใบหู
อาบน้ำฝักบัวเพิ่มพลัง
เหยาะน้ำมันยูคาลิปตัสลงที่พื้นห้องน้ำใต้ฝักบัว
แล้วค่อยก้าวเข้าไปยืนในบริเวณนั้น
อาบน้ำฝักบัวที่ร้อนเป็นไอและถูตัวด้วยซังบวบ
กลิ่นยูคาลิปตัสจะกระตุ้นสมอง
น้ำร้อนและการถูตัวทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น
ลำเลียงออกซิเจนไปสู่เซลล์ต่างๆในร่างกาย
ทำให้มีพลังงานเพิ่มขึ้น
ลุกขึ้นสะบัดตัวบ้าง
คุณสามารถนั่งอยู่กับที่โดยไม่รู้สึกเหนื่อยล้า
ได้นานประมาณ 45 นาทีเท่านั้น
ให้ลุกขึ้นเดินเร็วๆสักสามถึงห้านาที
จะยืดเส้นยืดสายหรือกระโดดขึ้นลงก็ได้
ชะโลมด้วยน้ำ
จุ่มผ้าเช็ดหน้าลงในน้ำเย็นแล้วเช็ดรอบคอ
จากนั้นใช้น้ำเย็นกลั้วคอสักสองถึงสามวินาที
คอและลำคอของคุณมีประสาทที่ไวต่อการสัมผัสอยู่มาก
การกระตุ้นประสาทเหล่านี้ด้วยน้ำเย็น
จะทำให้คุณเกิดปฏิกิริยาตอบสนองภาวะฉุกเฉิน
ซึ่งจะส่งเลือดไปสู่สมองของคุณมากขึ้นชั่วคราว

ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือดีมีสาระ “สรรสาระ”
ฉบับเดือนตุลาคม 2551 ค่ะ

ช่วงนี้อากาศไม่ดีเลย
รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

D-A-D-D-Y Song

Sung to the tune of B-I-N-G-O
I love him and he loves me
And daddy is his name o
D-A-D-D-Y
D-A-D-D-Y
and daddy is his name o

Take Good Care of Yourself

Take Care นะ

Thanksgiving Day- วันขอบคุณพระเจ้า

เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาเป็นวันขอบคุณพระเจ้าของชาวอเมริกัน
ทราบไหมคะว่า วันขอบคุณพระเจ้ามีความเป็นมาอย่างไร

Thanksgiving Day
ในประเทศอเมริกา ทุกวันพฤหัสบดีที่ 4 ของเดือนพฤศจิกายน
จะเป็นวันขอบคุณพระเจ้า ซึ่งชาวอเมริกันจะฉลองขอบคุณและสรรเสริญพระเจ้า
ที่อวยพระพรพวกเขาทั้งหลายให้มีความสุขทั้งกายและใจตลอดปีที่ผ่านมา
และนับเป็นวันสำคัญสำหรับครอบครัว
ที่จะอยู่พร้อมหน้ากันทุกคนเพื่อรับประทานอาหารเย็น
รวมทั้งพูดคุยถึงสิ่งที่ต้องการขอบคุณพระเจ้า
ตามความเป็นจริงแล้ว วันขอบคุณพระเจ้านี้
ไม่ได้เกี่ยวข้องกับศาสนาคริสต์เลย
แต่เป็นวันที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์
ของการอพยพตั้งถิ่นฐานครั้งแรกในอเมริกาในปี ค.ศ. 1620
เริ่มจากชาวอังกฤษกลุ่มหนึ่งซึ่งเรียกตนเองว่า พิวริแทน (Puritans)
นับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนท์
ต้องการปรับเปลี่ยนรูปแบบ ศาสนาในประเทศอังกฤษ
ซึ่งในยุคนั้นเป็นนิกาย เชิร์ชออฟอิงแลนด์(Church of England)
ให้เป็นไปตามความเชื่อเน้นความเรียบง่ายไม่หรูหรา
ผลปรากฏว่าพวกพิวริแทน ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
จนในที่สุดได้ตัดสินใจ ตั้งศาสนจักรเป็นของตนเอง
เป็นเหตุให้เหล่าขุนนางอังกฤษไม่พอใจและเริ่มทำร้าย
ประหัตประหารพวกพิวริแทนจนพวกเขาต้องหนีไปอยู่ ที่ประเทศฮอลแลนด์
ซึ่งยังได้รับปัญหาอีก จากการถูกข่มเหงรังแก สืบเนื่องมาจากศาสนา

นอกจากนี้พวกเขา ยังรู้สึกเสียใจที่ลูกหลานไม่พูดภาษาอังกฤษ
แต่ไปพูดภาษาดัทช์แทนทำให้พวกเขาคิดย้ายถิ่นฐานอีกครั้ง
ซึ่งคราวนี้พวกเขานึกถึงการย้ายถิ่นฐานไปยังดินแดนที่ไม่มีผู้ใด
สามารถมายับยั้งหรือขัดขวางการนับถือศาสนา
ตามความเชื่อ และความศรัทธาของพวกเขา
จึงตัดสินใจเดินทางกลับประเทศอังกฤษ
จากนั้นกลุ่มพิวริแทน พร้อมกับผู้โดยสารอื่น ๆ
ทั้งชายหญิงและเด็กจำนวน 102 คน บนเรือเมย์ฟลาวเวอร์ (Mayflower)
ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่โลกใหม่
และพวกพิวริแทน เริ่มเรียกตัวเองว่าพิลกริม (Pilgrims)
เนื่องมาจากการท่องหาดินแดนแห่งเสรีภาพทางศาสนานี้

ระหว่างการเดินทางโดยเรือ ในเดือนกันยายน เป็นช่วงเวลาที่แย่ที่สุด
สำหรับการแล่นเรือข้ามมหาสมุทร อย่างไรก็ตามระหว่างการเดินทาง
มีผู้เสียชีวิตเพียง 1 คนเท่านั้น และมีทารกแรกเกิด 1 คน
ฉะนั้นจำนวนผู้โดยสารบนเรือยังคงมีจำนวนเท่าเดิม
หลังจาก ใช้เวลาแล่นเรือประมาณ 65 วัน
เรือเมย์ฟลาวเวอร์ ก็ได้มาจอดเทียบท่า
ที่ พรอวินซ์ทาวน์ฮาร์เบอร์ (Provincetown Harbor)
ซึ่งอยู่ในปลายแหลมเคพคอด (Cape Cod) มลรัฐแมซซาชูเสท

ผู้นำกลุ่มพิวรีแทนทั้งหลายทราบดีว่า
เพื่อการอยู่รอดในสังคมทุกๆ สังคมจำเป็นต้องมีกฎระเบียบ
สำหรับความประพฤติ อันเหมาะสม
ดังนั้นผู้ชายประมาณ 41 คน ที่อยู่บนเรือเมย์ฟลาวเวอร์
ประชุมเลือกผู้ว่าการรัฐคนแรก [...]

ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

“ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” นี้เป็นความจริง อันไม่ตาย
คือ ไม่รู้จักเปลี่ยนแปลง
แม้จะมีคนในสมัยหนึ่ง เกิดระแวงว่า
ทำไม คนทำชั่ว กลับร่ำรวยเร็ว
คนทำดี กลับยากจนลง
หรือเป็นอยู่ด้วยความยากลำบากก็ตาม
ความจริง ก็ยังคงเป็นความจริงว่า
“ทำดีได้ดี, ทำชั่วได้ชั่ว”
อยู่ตามเดิม ไม่โยกคลอน.

ทำดีได้ดีแน่ เพราะมันดี อยู่ที่ตัวการกระทำนั่นเอง
และมันดีเสร็จแล้วตั้งแต่เมื่อทำ
แต่ที่มันจะได้เงินหรืออื่นๆ ด้วยหรือไม่ นั่นเป็นอีกส่วนหนึ่ง
แม้ทำชั่ว ก็เป็นอย่างเดียวกัน
มันชั่วอยู่ที่ตัวการกระทำนั่นเอง
ไปทำเข้า มันก็ชั่ว มาเสร็จแล้ว ตั้งแต่เมื่อทำ
จะได้เงินด้วยหรือไม่ นั่นอีกส่วนหนึ่ง
ฉะนั้น “ทำดีต้องได้ดี ทำชั่วต้องได้ชั่ว”
โดยไม่มีทางหลีกไปทางไหนพ้น.

ทำดีได้ดี และถ้าได้เงินมาด้วย มันก็เป็น “เงินดี”
ทำชั่วได้ชั่ว และถ้าได้เงินมาด้วย มันก็เป็น “เงินชั่ว”
เงินดี ทำเจ้าของให้เป็นเจ้าของที่ดี เย็นอกเย็นใจ
เงินชั่ว ทำเจ้าของให้เป็น “ปีศาจ ผู้สูบเลือดมนุษย์”
ฉะนั้น แม้จะได้เงินมามาก ด้วยการทำชั่ว
ก็มีแต่จะยิ่งทำเจ้าของให้เป็น “ปีศาจ” มากยิ่งขึ้น ตามส่วนนั่นเอง.

ฉะนั้น ความจริง คงหนีความจริงไปไม่พ้น ว่า
“ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว”
อยู่จนตลอดกัลปาวสาน เป็นอย่างน้อย.

๒๙ พฤศจิกายน ๒๔๙๓
~ท่านพุทธทาส~