คุณธรรมกับจริยธรรม

Friday 3 October 2008 at 16:06 (ขอบ่นหน่อยเถอะ) (, , )


ดูเหมือนว่า หลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ

ไม่ได้บรรจุวิชาหน้าที่พลเมืองและศีลธรรม

เข้าไปในหลักสูตร อย่างจริงจังเลยนะคะ

ที่สำคัญก็คือตัวคุณครูเอง ก็ไม่ค่อยจะเน้นหนัก

หรือส่งเสริมด้านนี้มากไปกว่าทางวิชาการสักเท่าไหร่เลย

แค่เรื่องง่ายๆ อย่างการมีความรับผิดชอบในงานที่ตนต้องทำ
ซึ่งดูเหมือนจะแสนยากสำหรับเด็กบางคน
หรือการห้ามใจตัวเองไม่ให้อยากได้ของคนอื่น
เหมือนเหตุการณ์ที่เกิดกับหลานสาววัย 8 ขวบ
ที่เรียนอยู่ประถม 3 ของโรงเรียนที่ดีที่สุดโรงเรียนหนึ่งของหาดใหญ่

ในชัวโมงวิชาการงาน มีงานที่นักเรียน
จะต้องเข้าแถวทยอยส่งคุณครูที่หน้าชั้นในวันนั้นถึง 2 ชิ้นด้วยกัน
ชิ้นแรกคืองานหุ่นทำมือ และชิ้นที่ 2 ก็คืองานกะลา
ซึ่งกว่าจะทำเจ้าของเล่นเดินกะลาชิ้นนั้นออกมาได้
ต้องใช้ทั้งเวลาและความอุตสาหะพอสมควรเลยทีเดียว

ตั้งแต่ไปหามะพร้าวจากตลาดมาเจาะรู

จนถึงการเอากระดาษทรายมาขัดให้ผิวกะลาเรียบทั้งด้านในด้านนอก

และเอาเชือกเงื่อนลูกเสือเส้นเก่าของพี่ชายมาทำเป็นเชือกเดินกะลา

แต่ที่น้องแพรลืมทำก็คือ เขียนชื่อของตัวเองลงไปบนกะลานั้นค่ะ!!

ใครจะไปนึกว่าการเอางานชิ้นที่ 2 ที่รอส่งคุณครู

มาวางทิ้งไว้ที่โต๊ะเรียน ในขณะที่ไปส่งงานชิ้นแรกอยู่

(ทำไมคุณครูไม่เก็บทีเดียว 2 ชิ้นก็ไม่ทราบซีเนอะ)

จะทำให้งานที่ตัวเอง (กับแม่) ทำมากับมือต้องหายไป

ไม่ได้หายไปไหนหรอกค่ะ แต่เพื่อนมาขโมย

เอาไปเขียนชื่อ-ชั้น-เลขที่ ของตัวเองเสร็จสรรพ

ช่างทำได้หนอเด็กอายุเพียงเท่านี้ ไม่ได้เอางานของตัวมาส่ง

ก็คิดได้ง่ายๆว่าเอาของเพื่อนที่เผลอวางไว้มาเป็นของตัวเองซะ

แล้วเอาไปส่งคุณครูหน้าเฉยตาเฉย

เจ้าแพรก็บอกคุณครูว่านั่นน่ะกะลาของหนู กะลาของหนู

แต่ดันมีชื่อเพื่อนเขียนหราไว้ จะทำยังไงล่ะ

คุณครูก็ให้แพรกลับไปที่นั่ง .. โดยไม่มีการตัดสินความใดๆ

ตกเย็น หลังเลิกเรียน แพรต้องทำเวรพอดี

ตอนหิ้วถังน้ำไปเทที่ห้องน้ำข้างล่าง

เพื่อนแพรก็วิ่งมาบอกว่าเจอกะลาของแพรแล้ว อยู่ในห้องน้ำครู

เด็ก 2 คนก็เลยช่วยกันเอากะลานั้นใส่ลงในถังน้ำแล้วหิ้วถังน้ำขึ้นห้อง

แล้วกลับมาเล่าให้แม่ฟังว่า แพรแอบเอากะลาใส่ถังน้ำมา

เพราะกลัวเด็กที่ขโมยของแพรไปจะเห็น

อ้าว.. ไหงเป็นงั้นล่ะ

ของ ของตัวเองแท้ๆ โดนคนอื่นฉกเอาไปส่งเอาคะแนน

แล้วเอามาิ้ทิ้งขว้างในห้องน้ำครูแบบนี้

พอเจอโดยบังเอิญ กลับต้องแอบเอาของตัวเองกลับมาบ้าน

โลกมันกลับตาลปัตรแล้วหรืออย่างไร

พฤติกรรมที่น่ารังเกียจของเด็กคนนั้นมาจากไหนหนอ

คงจะคิดกันออกนะคะ ว่าเราคงต้องมองเข้าไปถึงในบ้านของเด็กมักง่ายคนนั้น

เพราะคุณครูคงไม่มีเวลาพอที่จะอบรมคุณธรรม จริยธรรมแม้แต่ขั้นพื้นฐาน

แต่ว่าพื้นฐานที่ดีนั้น ที่สำคัญควรเริ่มมาจากที่บ้านตัวเองค่ะ

อย่าโยนภาระหรือความผิดให้กับคุณครูเลย คุณครูก็อาจจะช่วยเตือนช่วยย้ำ

พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ก็ต้องคอยกระตุ้นคอยย้ำในเรื่องของความซื่อสัตย์ให้มาก

เพราะหากขาดความซื่อสัตย์แล้ว มีแต่จะนำพาเด็กไปสู่ความหายนะ

เพราะความโลภเข้าครอบงำ จนไม่คิดถึงความยากลำบากของใครอื่นเลย

เรื่องนี้ทำให้นึกถึงเรื่องที่เก็บไว้กว่า 2 ปีแล้วเรื่องหนึ่ง

ซึ่งเกิดกับพี่ยอดตอนเรียนชั้นประถม 6

เป็นเรื่องที่บ่งบอกได้ชัดเจนถึงการอบรมและปลูกฝังเด็กอย่างผิดๆ

โดยไม่รู้ตัวของคุณครู ที่หวังแต่จะปกป้องเด็กในปกครอง

โดยไม่สนใจว่าอะไรผิดหรือถูก

เรื่องนี้เกิดเพราะสีกล่องล้วนๆ เลยค่ะ

พี่ยอดมีสีหลากหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นสีไม้ระบายน้ำ สีเมจิก

หรือปากกาหัวเข็มหลากสี ที่ชอบเอาไปแบ่งปันกันใช้กับเพื่อนที่โรงเรียน

http://img518.imageshack.us/img518/3682/tnschooltacle24215690du1.gif

อยู่มาวันหนึ่ง ปากกาหลากสียี่ห้อสเตทเลอร์ หายไปทีเดียว 2 กล่องเลย

หาก็แล้ว แจ้งคุณครูก็แล้ว.. ไม่ได้ผลเลยค่ะ ไม่มีใครพบแล้วเอามาคืนเลย

ผ่านไปหลายเดือน จนใกล้ถึงเทศกาลคริสต์มาส

เพื่อนพี่ยอดกระหืดหระหอบมาบอกว่าเห็นสีของยอดอยู่ที่ “T” ทั้ง 2 กล่องเลย

เพื่อนๆ เขาจำได้เพราะไม่เหมือนของใคร และใช้กันอยู่แทบทุกวัน

พี่ยอดจึงไปแจ้งครูประจำชั้น ซึ่งคุณครูก็ส่งภรรยามาคุยกับแม่

ประมาณต่อรอง ว่าหากเขาเอาสีมาคืนให้ ขอให้พี่ยอดอย่าเอาเรื่อง

เพราะเขาจะเดือดร้อนมาก อีกอย่าง “T” มีแววจะได้เป็นเด็กทุนในปีต่อไปด้วย

เห็นแก่อนาคตของเด็กเถอะนะคะคุณแม่

แล้วอีกอย่าง ยอดเขาก็มีเยอะอยู่แล้วด้วย

อ้าว.. ผิดอีก มีเยอะแล้วเอาไปแบ่งกันใช้กับเพื่อน

กลายเป็นเรื่องไม่สมควรเอาไปใช้ที่โรงเรียน

ทำไมคุณครูไม่สอนนักเรีียนในปกครองล่ะ

ว่าอย่าลักขโมย อย่ามักได้ในสิ่งที่ไม่ใช่ของตน

หรือเพราะคุณครูเอง.. ก็อยากได้ของฝากจากผู้ปกครองเสมอมา

http://img407.imageshack.us/img407/3373/realcrayon4233339rc9.gif

เหอะ เหอะ ความโลภนี่ มันไม่เข้าใครออกใครเลย..จริงๆ นะ

Permalink No Comments

คุณธรรมพื้นฐาน 8 ประการ

Friday 15 August 2008 at 9:55 (Just for Kids, เก็บมาฝาก) ()


ช่วงนี้ได้ดูโฆษณาทีวี หลายๆตอน .. ที่บอกว่า

เป็นหนึ่งใน คุณธรรม ๘ ประการ

ก็เลยอยากรู้เพิ่มเติมค่ะว่า

ที่เหลือจนครบ ๘ อย่างนั้น มีอะไรบ้าง

มาดูกันค่ะ

กระทรวงศึกษาธิการ ประกาศนโยบายเร่งรัดการปฏิรูปการศึกษา
โดยยึดคุณธรรมนำความรู้สร้างความตระหนักสำนึกในคุณค่า
ของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ความสมานฉันท์ สันติวิธี วิถีประชาธิปไตย
พัฒนาคนโดยใช้คุณธรรมเป็นพื้นฐานของกระบวนการเรียนรู้
ที่เชื่อมโยง ความร่วมมือของสถาบันครอบครัว ชุมชน สถาบัน
ศาสนาและสถาบันการศึกษา โดยมีจุดเน้นเพื่อพัฒนาเยาวชน
ให้เป็นคนดี มีความรู้ และอยู่ดีมีสุข

ดังนั้น เพื่อให้การขับเคลื่อนดังกล่าวมีความชัดเจน เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
และสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม
“๘ คุณธรรมพื้นฐาน” ที่ควรเร่งปลูกฝัง ประกอบด้วย

๑) ขยัน

ขยัน คือ ความตั้งใจเพียรพยายามทำหน้าที่การงานอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ อดทน
ความขยันต้องปฏิบัติควบคู่กับการใช้สติปัญญา แก้ปัญหาจนเกิดผลสำเร็จ

ผู้ที่มีความขยัน คือ ผู้ที่ตั้งใจทำอย่างจริงจังต่อเนื่อง
ในเรื่องที่ถูกที่ควรเป็นคนสู้งาน มีความพยายาม ไม่ท้อถอย
กล้าเผชิญอุปสรรค รักงานที่ทำ ตั้งใจทำหน้าที่อย่างจริงจัง

๒) ประหยัด

ประหยัด คือ การรู้จักเก็บออม ถนอมใช้ทรัพย์สิน สิ่งของ
แต่พอควรพอประมาณ ให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า ไม่ฟุ่มเฟือย ฟุ้งเฟ้อ

ผู้ที่มีความประหยัด คือ ผู้ที่ดำเนินชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย
รู้จักฐานะการเงินของตน คิดก่อนใช้คิดก่อนซื้อ เก็บออม ถนอมใช้ทรัพย์สิน
สิ่งของอย่างคุ้มค่า รู้จักทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของตนเองอยู่เสมอ

Free Image Hosting at www.ImageShack.us

๓) ความซื่อสัตย์

ซื่อสัตย์ คือ ประพฤติตรงไม่เอนเอียงไม่มีเล่ห์เหลี่ยมมีความจริงใจ
ปลอดจากความรู้สึกลำเอียงหรืออคติ

ผู้ที่มีความซื่อสัตย์ คือ ผู้ที่มีความประพฤติตรงทั้งต่อหน้าที่
ต่อวิชาชีพ ตรงต่อเวลา ไม่ใช้เล่ห์กล คดโกงทั้งทางตรงและทางอ้อม
รับรู้หน้าที่ของตนเองและปฏิบัติอย่างเต็มที่ถูกต้อง

๔) มีวินัย

มีวินัย คือ การยึดมั่นในระเบียบแบบแผน ข้อบังคับและข้อปฏิบัติ
ซึ่งมีทั้งวินัยในตนเองและวินัยต่อสังคม

ผู้ที่มีวินัย คือ ผู้ที่ปฏิบัติตนในขอบเขต กฏ ระเบียบของสถานศึกษา
สถาบัน/องค์กร/สังคมและประเทศ โดยที่ตนเองยินดีปฏิบัติตามอย่างเต็มใจและตั้งใจ

Free Image Hosting at www.ImageShack.us

๕) สุภาพ

สุภาพ คือ เรียบร้อย อ่อนโยน ละมุนละม่อม มีกิริยามารยาทที่ดีงาม มีสัมมาคารวะ

ผู้ที่มีความสุภาพ คือ ผู้ที่อ่อนน้อมถ่อมตนตามสถานภาพและกาลเทศะ
ไม่ก้าวร้าว รุนแรง วางอำนาจข่มผู้อื่นทั้งโดยวาจาและท่าทาง
แต่ในเวลาเดียวกันยังคงมีความมั่นใจในตนเอง เป็นผู้ที่มีมารยาท
วางตนเหมาะสมตามวัฒนธรรมไทย

๖) สะอาด

สะอาด คือ ปราศจากความมัวหมองทั้งกาย ใจ และสภาพแวดล้อม
ความผ่องใสเป็นที่เจริญตาทำให้เกิดความสบายใจแก่ผู้พบเห็น

ผู้ที่ความสะอาด คือ ผุ้รักษาร่างกาย ที่อยู่อาศัยสิ่งแวดล้อมถูกต้องตามสุขลักษณะ
ฝึกฝนจิตใจมิให้ขุ่นมัว จึงมีความแจ่มใสอยู๋เสมอ

๗) สามัคคี

สามัคคี คือ ความพร้อมเพียงกัน ความกลมเกลียวกัน
ความปรองดองกัน ร่วมใจกันปฏิบัติงานให้บรรลุ ผลตามที่ต้องการ
เกิดงานการอย่างสร้างสรรค์ปราศจากการทะเลาะวิวาท ไม่เอารัดเอาเปรียบกัน
เป็นการยอมรับความมีเหตุผล ยอมรับความแตกต่างหลากหลายทางความคิด
ความหลากหลายในเรื่องเชื้อชาติ ความกลมเกลียวกัน
ในลักษณะเช่นนี้ เรียกอีกอย่างว่า ความสมานฉันท์

ผู้ที่มีความสามัคคี คือ ผู้ที่เปิดใจกว้างรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
รู้บทบาทของตนทั้งในฐานะผู้นำและผู้ตามที่ดี มีความมุ่งมั่นต่อการรวมพลัง
ช่วยเหลือเกื้อกูลกันเพื่อให้การงานสำเร็จลุล่วง แก้ปัญหาและขจัดความขัดแย้งได้
เป็นผู้มีเหตุผล ยอมรับความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรม ความคิด ความเชื่อ
พร้อมที่จะปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติ

๘) มีน้ำใจ

มีน้ำใจ คือ ความจริงใจที่ไม่เห็นแก่เพียงตัวเองหรือเรื่องของตัวเอง
แต่เห็นอกเห็นใจเห็นคุณค่าในเพื่อน มนุษย์ มีความเอื้ออาทรเอาใจใส่
ให้ความสนใจในความต้องการ ความจำเป็น ความทุกข์สุขของผู้อื่น
และพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน

ผู้ที่มีน้ำใจ คือ ผู้ให้และผุ้อาสาช่วยเหลือสังคสม รู้จักแบ่งปัน
เสียสละความสุขส่วนตน เพื่อทำประโยชน์แก่ผู้อื่นเข้าใจ เห็นใจ ผู้ที่มีความเดือดร้อน
อาสาช่วยเหลือสังคมด้วยแรงกาย สติปัญญา ลงมือปฏิบัติการเพื่อบรรเทาปัญหา
หรือร่วมสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้เกิดขึ้นในชุมชน

ติดตามรายละเอียดต่อไปได้ที่ www.onec.go.th:idea:

Permalink No Comments