ใครที่คิดว่าสวยไม่พอ
Photo shop ช่วย (หลอกตา) กันได้

สวยขึ้นโดยยังคงมีโครงคล้ายๆจะเหมือนคนเดิม

Am I beautiful ?

You bet !!!

ว่าแต่ว่า..หลอกเขาแบบนี้แล้ว มีความสุขมากขึ้นมั้ยคู๊ณณณณณณ

Photo shop ช่วย (หลอกตา) กันได้

สวยขึ้นโดยยังคงมีโครงคล้ายๆจะเหมือนคนเดิม

Am I beautiful ?

You bet !!!

ว่าแต่ว่า..หลอกเขาแบบนี้แล้ว มีความสุขมากขึ้นมั้ยคู๊ณณณณณณ

ไม่เป็นไร ไม่ต้องอาย
มีวิธีแก้ไขค่ะ
ว่าแต่ว่า .. เชื่อหรือไม่
ว่างานนี้ น้ำที่คั้นจากแตงกวาช่วยท่านได้
เมื่อต้องชูแขนโบกไม้โบกมือ หรืออยากใส่เสื้อเปิดไหล่ตัวสวยรับหน้าร้อน
ทุกอิริยาบถคุณเคลื่อนไหวด้วยความมั่นใจเต็มร้อยหรือเปล่า
ความหมองคล้ำของผิวใต้วงแขนทำให้หลายคนกังวล
ปัญหานี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การใส่เสื้อที่คับแน่นเกินไป
เพราะจะทำให้เกิดการเสียดสีกับผิว การมีเหงื่อออกมาก การโกนขนรักแร้
การหมักหมมของเซลล์ที่ตายแล้ว การใช้เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย
ที่มีสารเคมี แอลกอฮอล์และน้ำหอมที่แรงเกินไป แม้จะเป็นผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย
ประเภทมีสารไวท์เทนนิ่งที่เราพึ่งพาอยู่ก็ตาม
หากลองมาหลายวิธีแล้วแต่ไม่ดีขึ้น
ลองสูตรธรรมชาติต่อไปนี้ดูค่ะ
สูตรนี้มีน้ำแตงกวาเป็นพระเอก
เพราะน้ำแตงกวามีเอนไซม์ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่หยาบกร้านให้หลุดออกไป
ทั้งยังช่วยทำให้เซลล์ผิวใหม่ที่เกิดขึ้นมาแทนที่อ่อนนุ่ม
มาลงมือทำกันเลยดีมั้ยคะ
สิ่งที่จะต้องเตรียม
น้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำแตงกวาคั้นสด 1 ช้อนชา
น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
ผงขมิ้น 1/2 ช้อนชา

ก่อนอื่นต้องอาบน้ำให้สะอาด
หลังจากอาบน้ำ เช็ดตัวให้แห้ง
ใช้สำลีชุบน้ำมันมะพร้าวเช็ดบริเวณรักแร้เป็นวงกลม
หลังจากนั้นผสมน้ำแตงกวาคั้นสด น้ำมะนาว ผงขมิ้น คนผสมให้เข้ากัน
ทาทิ้งไว้ 20 นาที จากนั้นล้างออกให้สะอาด เช็ดให้แห้ง
ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ผิวคล้ำใต้วงแขนก็จะค่อยๆ จางลง
เมื่อความมั่นใจกลับมา ก็สนุกได้อย่างใจค่ะ
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จากนิตยสารชีวจิตฉบับที่ 235 ค่ะ 

ดินสอพอง เป็นแร่ธาตุดิน จัดเป็นยาสมุนไพรชนิดหนึ่ง
นิยมใช้ประพรมตามร่างกายในช่วงหน้าร้อน
ในประเทศไทยมีการผลิตมากที่จังหวัดลพบุรี
มีเรื่องเล่ากันว่า เมื่อพระรามรบชนะทศกัณฐ์แล้วได้ให้รางวัลแก่หนุมาน
โดยแผลงศรออกไปให้หนุมานเหาะตาม ถ้าศรตกลงที่ใด
ก็จะยกให้เป็นของหนุมาน ศรของพระรามตกลงที่บริเวณทะเลชุบศร
และเนื่องจากศรพระรามร้อนมากจึงทำให้ดินบริเวณนั้นสุกเป็นสีขาวดังที่พบเห็น
และบริเวณเมืองลพบุรีก็เต็มไปด้วยลิง ลูกหลานหนุมาน

ดินสอพอง สมุนไพรไทยแท้
ดินสอพอง ถือเป็นยาสมุนไพรอย่างหนึ่ง ซึ่งจัดอยู่ในสมุนไพรจำพวกแร่ธาตุ
หรือเรียกว่าเครื่องยาธาตุวัตถุ ถ้าไปสืบค้นก็จะพบว่ามีการใช้ดินสอพองเป็นยาสมุนไพร
ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งพิสูจน์ได้ในตำรา “ตำราพระโอสถพระนารายณ์”
กล่าวถึงการใช้ดินสอพองดังนี้ ”ให้เอาชานอ้อย กำยาน แก่นคูน กรักขีถาก รมหม้อใหม่ใส่น้ำไว้
จึงเอาดินสอพองเผาให้สุก ใส่ลงในหม้อน้ำนั้นให้คนไข้กินเนืองๆ แก้ร้อนใน แก้กระหายน้ำ หยุดแล”

ประโยชน์ของดินสอพอง
1. ดินสอพองถือเป็นสมุนไพรรสยาเย็น ใช้แก้พิษร้อนกับร่างกาย
ถอนพิษอักเสบ แก้ผด ผื่น และคัน และที่พิเศษคือเป็นยาห้ามเหงื่อ
นอกจากไม่ทำให้ร่างกายเหนียวเหนอะจากอากาศร้อนแล้ว ยังทำให้ร่างกายเย็นสบาย
2. การใช้ดินสอพองประหน้า สามารถป้องกันแดดด้วยมีฤทธิ์คล้ายยากันแดดชนิดกายภาพ
และนักวิจัยเพิ่งพบว่าเป็นยากันแดดได้ดี
3. มีสรรพคุณช่วยขจัดสิวเสี้ยน ลดอาการปวดบวมจากการอักเสบเขียวช้ำ
ช่วยปรับสภาพผิวให้ดีขึ้น เมื่อนำมาผสมกับสมุนไพรแล้วนำมาขัดผิว ขัดตัว พอกหน้า
จะได้ผลดียิ่งขึ้น เหมาะกับผิวมัน เพราะหากใช้กับผิวแห้งจะทำให้ผิวยิ่งแห้งไปกว่าเดิม
4. ใช้ขัดผิว คือ ดินสอพองผสมขมิ้นและมะขามเปียก ขัดหน้าขัดผิว
ช่วยให้ผิวพรรณสดใสสวยงาม หรือใช้ดินสอพองผสมขมิ้น ลิ้นทะเล และพิมเสน ใช้ลอกฝ้า เป็นต้น
5. นำดินสอพองมาผสมกับใบทองพันชั่ง ก็มีสรรพคุณชั้นเยี่ยมในการรักษากลากเกลื้อนได้เช่นกัน
6. ใช้ดินสองพอง ขมิ้นชัน ไพล เหงือกปลาหมอ ผสมรวมกัน ถ้าใช้เต็มสูตรนอกจากได้สีออกเหลืองๆ แล้ว
เมื่อนำไปทาตัวไปจะเป็นเหมือนการขัดผิวนั่นเอง
7. ใช้ทาแก้ผิวหนังแพ้ ลมพิษ และผื่นคัน ให้ผสมดินสอพองกับใบเสลดพังพอนตัวเมีย(พญายอ)
สูตรนี้เป็นแป้งน้ำไทยหรือเรียกว่าคาลาไมน์สมุนไพร (จะมีสีเขียว)
ถ้าจะเปลี่ยนเป็นสีสันฉูดตาขึ้นบ้าง เหยาะน้ำยาอุทัยใส่ดินสอพอง ละลายน้ำ
ก็จะได้แป้งน้ำสีสวยๆ อีกขนานหนึ่งหรืออยากได้สีส้มแสด ก็เอาชาดอกคำฝอยมาชงน้ำร้อน
ใช้น้ำมาผสมดินสอพอง หรือต้องการสีน้ำเงินม่วงเด็ดดอกอัญชันมาขยี้ละลายน้ำ
ถ้าต้องการสีแดง ไปถากเอาเปลือกต้นสะเดาใส่น้ำต้มให้เดือด
หรือที่หาง่ายๆก็ใช้ดอกกระเจี๊ยบแดงต้มน้ำก็ได้สีแดง
8. ช่วยดับพิษร้อน ถอนพิษเผ็ดที่โดนพริก ใช้ดินสอพองผสมน้ำทาบริเวณที่ร้อน
9. ผสมน้ำมะกรูด หรือน้ำมะนาว ทาแก้หัวโน
คำแนะนำและข้อควรระวัง
เนื่องจากดินสอพองเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากดินธรรมชาติผสมกับน้ำแล้วนำมาตากแดดกลางแจ้ง
ดังนั้นจึงมีโอกาสการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ ควรระมัดระวังในการใช้
อย่าใช้กับบริเวณที่มีบาดแผล รอยถลอก หรือเข้าปาก เพราะจะเป็นทางที่เชื้อจุลินทรีย์จะเข้าสู่ร่างกายได้
อาจมีผลให้เกิดการอักเสบรุนแรง โดยเฉพาะเชื้อ Pseudomonas aeruginosa
อาจทำให้ตาอักเสบรุนแรงถึงตาบอดได้ สำหรับเชื้อ Escherichia coli, Salmonella spp.
และ Clostridium spp ถ้าเข้าร่างกายทางปากอาจทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษได้
แต่ที่แน่ๆ การผสมดินสอพองกับน้ำมะนาว
แล้วนำมาป้าย หรือทาบริเวณที่เกิดอาการ “หัวโน”
ใช้ได้ผลกับเจ้าแฝดสมัยที่ยังคืบคลานอยู่ จริงๆ ค่ะ
ขอบคุณคุณย่า ที่เผยแพร่วิชาโบราณเอาไว้ให้
