Home is Where the Heart is

Just another weblog of a busy mom of Triplets!


ว่ากันว่า การกอด ช่วยได้

ที่ว่าช่วยนั้น อาจจะช่วยเยียวยาทางใจ

แล้วอาจส่งผลไปถึง การช่วยให้อาการป่วย

ทางกายบางโรคบรรเทาอาการป่วยลงได้อีกด้วย

เพราะการกอด ไม่เป็นแค่เพียงการแสดงออกของคนรักกัน

หากแต่ให้ความหมายมากมายกว่านั้นอย่างที่คุณอาจจะคาดไม่ถึง

แม้ว่ามันจะเป็นอากัปกิริยาที่ทำแสนง่าย

และใช้เวลาแค่ชั่วขณะ

หากแต่ผลที่ได้รับกลับมานั้น

ช่างมีค่าเกินความคาดหมาย ก็ว่าได้

หากใครไม่เคยได้กอด หรือไม่เคยให้ใครกอด

ก็อาจจะไม่รู้ซึ้งถึงคุณค่าและความรู้สึกที่แสนดีนั้นก็เป็นได้

ไม่ว่าจะสำหรับเด็ก หรือผู้ใหญ่

จากความเห็นส่วนตัว การกอด เป็นเรื่องสำคัญมาก

ช่วยกล่อมเด็กที่อารมณ์เสีย ให้ผ่อนคลายความตึงเครียดในใจลงได้

ช่วยบรรเทาเบาบางความกังวลใจของตัวเอง

ยามต้องจากกันกับคนในครอบครัวหรือเพื่อนฝูง

การกอด เป็นการแสดงออกถึงความรัก ความผูกพัน

ความห่วงใยที่มีให้กัน และเป็นการแสดงออกถึงความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อกันได้

การกอด เป็นพฤติกรรมขั้นพื้นฐาน

ที่มนุษย์ต้องการได้รับ เพราะแสดงให้เห็นว่า

ตนเองมีความสำคัญ มีคนรักและมีคนต้องการ

อีกทั้งเป็นความจริงใจที่สามารถแสดงออกได้ทุกเวลา

(ไม่นับพฤติกรรมแบบชู้สาว ซึ่งอาจต้องดูความเหมาะสม)

ผู้ใหญ่บางคนอาจจะอายที่จะกอด

อาจจะเป็นเพราะความไม่คุ้นชินกับพฤติกรรมแบบ “ต่างชาติ”

แต่อันที่จริงแล้ว การกอด เป็นกิริยาที่ทำกันทั้วโลก

เริ่มกันตั้งแต่แรกเกิด ที่แม่กอดกล่อมเห่ลูกในอ้อมกอดของตน

มานึกกันดูมั้ยคะว่า

การกอด ช่วยอะไรได้บ้าง

http://img233.imageshack.us/img233/6606/8962004261086vr9.gif

http://img227.imageshack.us/img227/6913/polarhugfz1.gif คุณค่าของการกอด http://img227.imageshack.us/img227/6913/polarhugfz1.gif

- ช่วยแบ่งปันความสุข

ยามที่คุณมีความสุขไม่ว่าจากเรื่องอะไร

การที่มีคนให้กระโดดกอดในเวลานั้น (อย่างเช่นพ่อ หรือแม่)

ก็จะทำให้คนที่ถูกเรากอดมีความสุขไปด้วย

- เป็นการแสดงความคิดถึง

เมื่อจากกันไปนาน เมื่อมาพบกันอีกครั้ง

การกอดแน่นๆ สักครั้งก็สามารถถ่ายทอดความรัก

และแสดงให้เห็นว่าเราคิดถึงเขามากแค่ไหน เมื่อจากกันไป

- แสดงออกถึงความห่วงใยและเอาใจใส่

- เป็นการปลอบโยนและให้กำลังใจ

ยามที่สับสน ท้อแท้ หรือหมดกำลังใจ

การกอด ช่วยให้มีกำลังใจดีขึ้น อย่างน้อยก็รู้ว่า

มีใครคนหนึ่งคอยอยู่เคียงข้างเสมอ

- ให้ความอบอุ่น

เมื่อยามเหน็บหนาว การกอดกันก็ช่วยคลายความหนาวได้เช่นกัน

- ให้ความมั่นใจ

การกอดเหมือนการตอกย้ำและให้กำลังใจ

เช่นการกอดก่อนลูกเข้าสอบแข่งขันใดๆ เป็นการย้ำให้เขารู้ว่า

แม่เชื่อมั่นในตัวลูกนะ ลูกต้องทำได้แน่นอน

http://i19.photobucket.com/albums/b177/yodnapa/Animated_Animals/doggyhug2.gif

- แทนคำขอบคุณ

เมื่อได้รับสิ่งดีๆ จากใคร อาจจะไม่ต้องเอื้อนเอ่ยคำ “ขอบคุณ” ก็ได้

แค่กอดแน่นๆ สักครั้ง เขาก็ซาบซึ้งแล้วล่ะค่ะ

- แสดงให้รู้ว่าคิดถึง

กอดกันเพื่อให้รู้ว่าคิดถึงนะที่ต้องจากกัน

และกอดกันเมื่อพบหน้าเพื่อให้รู้ว่าติดถึงมากแค่ไหนยามไม่ได้เจอกัน

HUGS ARE GREAT FOR FATHERS AND MOTHERS,

SWEET FOR SISTERS, SWELL FROM BROTHERS;

AND CHANCES ARE YOUR FAVORITE AUNTS

LOVE THEM MORE THAN POTTED PLANTS.


“เมื่อคุณจะหย่าขาดจากฉัน

อุ้มฉัน..ออกจากอ้อมแขนคุณด้วย”

*

ถึงคนที่แต่งงานแล้ว..และยังไม่ได้แต่ง

เรื่องนี้..เป็นเรื่องที่อ่านแล้วกินใจมาก

ลองอ่าน..และซึมซาบความรู้สึกอย่างช้าๆ

*

ในวันแต่งงานของผม

ผมจูงมือภรรยาของผม..ไว้ในอ้อมแขน

รถแต่งงาน..จอดหน้าที่พักของเรา

เพื่อนเจ้าบ่าวบอกผมว่า..

ผมควรจะอุ้มเธอ..เข้าไปในบ้าน

ดังนั้น ผมจึงทำตาม

เธอเขินอาย..ในอ้อมแขนผม

ผมช่างเป็นเจ้าบ่าวที่มีความสุข..ที่สุดในโลก

นี่เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว..สิบปี

ในวันถัดๆ มา..ทุกอย่างก็เหมือนเดิม

เรามีลูกด้วยกัน…

ผมทำงานอย่างหนัก..เพื่อที่จะหาเงินมาจุนเจือครอบครัว

เมื่อเราเริ่มมีฐานะ..ที่ดีขึ้น

ความห่างของเรา..ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน

ทุกๆ เช้า..เราออกจากบ้านไปด้วยกัน

แล้วก็ถึงบ้าน..เวลาเดียวกัน

ลูกของเรา..เรียนที่โรงเรียนใกล้บ้าน

ดูเหมือนความรักของเรา..ช่างน่าอิจฉายิ่งนัก

แต่แล้ว..

ความสงบสุข..ก็เริ่มเปลี่ยนแปลง..อย่างมิได้คาดหมาย

เจน..เข้ามาในชีวิตของผม

ผมยืนอยู่ที่ระเบียงบ้าน

เจนเข้ามาสวมกอดผม..จากด้านหลัง

หัวใจผมเต้นแรง..ด้วยความรัก

ที่นี่เป็นอพาร์ตเมนท์..ที่ผมซื้อให้เธอ

เธอบอกว่า..

“คุณเป็นผู้ชาย..ที่ผู้หญิงทุกคนถวิลหา”

คำพูดของเธอ..ทำให้ผมนึกถึงภรรยาผม

ตอนที่เราแต่งงานกันใหม่ ๆ

เธอบอกว่า..

“วันที่คุณประสบความสำเร็จ..

..ผู้ชายอย่างคุณ..จะมีแต่ผู้หญิงวิ่งเข้ามาหา”

ผมเริ่มรู้สึกลังเล…

ผมรู้ว่า..ผมกำลังทรยศต่อภรรยาผม

แต่ผมก็ได้ทำลงไปแล้ว

ผมปลีกตัว..ออกจากเจน

“วันนี้คุณไปเลือกเฟอร์นิเจอร์เองแล้วกันนะ.. ผมต้องเข้าออฟฟิศ”

แน่นอน… เธอไม่ค่อยพอใจนัก

เพราะผมสัญญากับเธอว่า..เราจะไปด้วยกัน

ในตอนนั้น…ความรู้สึกถึงการหย่าร้าง

เริ่มวิ่งเข้ามาในความคิดผม

ทั้งที่จริงๆ แล้ว..ผมไม่เคยมีความคิดนี้เลย

แม้แต่ครั้งเดียว

แต่ผมก็พบว่า..

เป็นเรื่องยาก..ที่จะบอกกับภรรยาของผม

ไม่ว่า..ผมจะพูดกับเธอดีสักเพียงใด

เธอจะต้องเจ็บปวดใจ..อย่างแน่นอน

จริงๆ แล้ว..เธอเป็นภรรยาที่ดีมาก

ทุกๆ เย็น..เธอจะวุ่นวายกับการทำอาหาร

ในขณะที่..ผมนั่งอยู่หน้าทีวี

ทานอาหารเสร็จ..เราก็นั่งดูทีวีด้วยกัน

หรือ…

ถ้าผมจะเลือกชีวิต..อีกแบบ

นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์

มองเรือนร่างอันงดงาม..ของเจน

ช่างเป็นอะไรที่น่าฝันถึงเสียจริง

*

วันหนึ่ง..

ผมพูดทีเล่นทีจริง..กับภรรยาของผมว่า..

“คุณจะทำยังไง..ถ้าเราหย่ากัน”

เธอจ้องมองผมอย่างไม่เชื่อ..ในสิ่งที่ได้ยิน

และเธอก็ไม่ได้ตอบว่าอะไร

เธอมั่นใจว่า..การหย่า..เป็นเรื่องที่ไกลตัวเธอมาก

ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่า..

หากเธอรู้ว่า..

เรื่องที่ผมกำลังพูดอยู่นั้น..เป็นเรื่องจริง..เธอจะเป็นอย่างไร

วันหนึ่ง..ภรรยาผมมาที่ออฟฟิศ

สวนทางกับเจน..ที่เพิ่งจะออกไปพอดี

พนักงานทุกคน..ทำหน้าตาเลิ่กลั่ก

เหมือนกำลังพยายามซ่อนอะไรบางอย่าง..จากเธอ

เธอเหมือนจะรับรู้มันได้

แต่เธอก็ยิ้มน้อยๆ.. กับพนักงานทุกคน

แต่ผมก็สังเกตเห็นแววตาที่เจ็บปวดของเธอ..ภายใต้รอยยิ้มนั้น

ในที่สุด…เจนก็บอกกับผมว่า…

“หย่ากับเมียคุณนะ..แล้วเราจะได้อยู่ด้วยกัน”

ผมพยักหน้า…. ผมจะลังเลอีกต่อไปไม่ได้อีกแล้ว

ผมตัดสินใจบอกภรรยาผม..ในอาหารค่ำ

“ผมมีอะไรจะบอกคุณ”

เธอนั่งทานอาหารอย่างเงียบๆ

ผมสังเกตเห็น..แววตาอันเจ็บปวดของเธอ

มันทำให้ผม..พูดในสิ่งที่ผมต้องการพูดไม่ออก

แต่ท้ายที่สุด..ผมก็พูดออกไป

“ผมต้องการหย่า…”

เธอดูไม่ตกใจ..กับสิ่งที่ผมเพิ่งจะพูดออกไปเลย

ผมย้ำกับเธออีกครั้ง

เธอเขวี้ยงตะเกียบในมือทิ้ง

แล้วตะโกนใส่หน้าผมว่า..,

“คุณมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย!”

เราไม่ได้คุยกันอีกเลย..คืนนั้น

เธอร้องไห้อย่างหนัก

ผมรู้ว่า..เธออยากรู้ว่า..เกิดอะไรขึ้น..กับชีวิตแต่งงานของเรา

แต่ผมเอง..ไม่สามารถหาคำตอบ..ให้กับตัวเองได้

เป็นเพราะ..ใจผมได้ให้เจนไปหมดแล้ว..งั้นเหรอ

ผมคงไม่สามารถบอกเธอ..อย่างนั้นได้

มันจะทำให้ผมรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก

*

ผมร่างสัญญาการหย่าร้างขึ้น

ระบุว่า..เธอเป็นเจ้าของบ้าน..ทุกๆ อย่างในบ้าน

ทั้งรถ… หุ้นบริษัท 30% ผมยกให้เธอหมด

เธอเหลือบมองกระดาษที่ผมร่างขึ้น…แล้วฉีกมันทิ้ง

มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น

ผู้หญิงที่ผมอยู่ด้วยมา..เป็นระยะเวลาสิบปี

กลายเป็นคนแปลกหน้ากัน..ภายในหนึ่งวัน

ผมไม่สามารถคืนคำที่ผมพูดไปได้

เธอร้องไห้ด้วยความเสียใจ..อย่างที่สุด

สำหรับผมแล้ว…

การร้องไห้ของเธอ

เหมือนเป็นการปลดปล่อยความสับสน..ของตัวผมเอง

หลังจากที่ผมกลุ้มใจ..กับการตัดสินใจครั้งนี้ของผม

ในที่สุด…มันก็เป็นรูปธรรมขึ้นมาจริง ๆ เสียที

คืนนั้น…ผมกลับถึงบ้านค่อนข้างดึก

เห็นเธอเขียนอะไรบางอย่างบนโต๊ะ

ผมหลับไปอย่างรวดเร็ว..ด้วยความเพลีย

ผมตื่นขึ้นมาอีกที..แล้วพบว่า…

เธอเขียนเงื่อนไขการหย่าร้างว่า..

เธอไม่ต้องการสิ่งใด..จากผม

แต่เธอต้องการให้ผม..ให้เวลาเธอหนึ่งเดือน

เพื่อตั้งตัว..สำหรับการหย่า

และในช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนนั้น

ทุกอย่างต้องดำเนินไปตามปกติ

ด้วยเหตุผลที่ว่า..

เธอต้องการให้ลูกจบการศึกษา..ซึ่งกำลังจะมาถึงเสียก่อน

เธอไม่อยากให้ลูกต้องเห็น..ความล้มเหลวในการแต่งงาน..ของพ่อแม่

ก่อนเวลานั้น..จะมาถึง

“รัชต์.. คุณจำได้มั๊ย…วันที่เราแต่งงานกัน

คุณประคองฉันไว้ในอ้อมกอด..ในวันที่เราเข้าเรือนหอ”

ผมพยักหน้า..

“นั่นเป็น..ความทรงจำที่ดีที่สุดของฉัน

ฉันมีเรื่องขอร้อง…

ฉันอยากให้คุณประคองฉันไว้ในอ้อมกอด

จากห้องนอน..ไปถึงด้านล่างทุกวัน

นับจากวันนี้ไป..จนถึงวันที่เราต้องแยกจากกัน”

ผมยอมรับ..ด้วยความเต็มใจ

ผมรู้ดีว่า.. เธอคิดถึงวันดีๆ เหล่านั้น

และเธอต้องการให้ชีวิตการแต่งงานของเธอ

จบลง..ด้วยความทรงจำที่ดี

ผมบอกเจน..ถึงเงื่อนไขที่ภรรยาผมตั้งขึ้น..ในการหย่าร้าง

เธอหัวเราะถึงความไร้สาระ..ของเงื่อนไข

ภรรยาผม..บอกกับผมว่า..

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม..

ฉันจะต้องยอมรับ..ผลของการหย่าร้างให้ได้”

คำพูดของเธอ..ทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง

*

เราไม่ได้ถูกเนื้อต้องตัวกันเลย

นับแต่วันที่ผมขอเธอหย่า

ความจริง..เหมือนจะเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน..ด้วยซ้ำไป

พอถึงวันที่..ผมประคองเธอลงจากห้อง..วันแรก

มันจึงทำให้ผม..ทำตัวไม่ถูก

ลูกชายของเราตบมือ

แล้วพูดด้วยความดีใจว่า..

“ว้าว… วันนี้พ่ออุ้มแม่ลงจากห้องด้วย”

มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น

เธอบอกว่า..

“อย่าบอกลูกเรา..ถึงเรื่องของเรา”

ผมพยักหน้า..ด้วยความรู้สึกผิดอย่างเต็มเปี่ยม

ผมขับรถไปส่งเธอ..ที่ป้ายรถเมล์

แล้วเลยไปออฟฟิศ

วันถัดมา…

ความรู้สึกขัดเขิน..เริ่มน้อยลงไป

เธอซบบนอกผม

เราใกล้ชิดกันมาก..จนผมได้กลิ่นน้ำหอมของเธอ

ผมถึงได้ตระหนักว่า….เธอไม่ใช่เด็กสาวอีกต่อไปแล้ว

เธอเริ่มมีริ้วรอยบนใบหน้า..มากขึ้น

ในวันที่สาม…

เธอกระซิบบอกผมว่า..

“สวนกำลังรื้ออยู่..เดินระวังด้วย”

ในวันที่สี่…

มันช่างเหมือนกับว่า..เราเป็นคู่รักที่หวานชื่นมาก

ภาพของเจนเริ่มเลือนรางไป

วันที่ห้าและหก..

เธอคอยเตือนผม..ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ

เช่น เธอวางเตารีดไว้ที่ไหน

ผมควรจะระวังอะไรบ้าง..ตอนทำอาหาร

และอื่นๆ อีกมากมาย

ความสนิทสนมของเรา..เพิ่มมากขึ้นทุกที

ผมไม่ได้บอกเจน..ถึงเรื่องนี้เลย

ผมรู้สึกว่า..ผมอุ้มเธอง่ายขึ้นทุกวัน

โดยไม่ได้สังเกตถึง..ความเปลี่ยนแปลงในตัวเธอเลย

หรือบางที..คงเป็นเพราะผมแข็งแรงขึ้น

แต่แล้วผมก็พบว่า..มันไม่ใช่อย่างที่ผมคิด

เป็นเพราะว่า..เธอผอมลง..จนไม่สามารถใส่เสื้อผ้าเดิมได้

นั่นต่างหาก..ที่ทำให้ผมอุ้มเธอได้ง่ายขึ้น

ผมรู้ดีว่า..เธอพยายามซ่อนความขมขื่นเอาไว้

ลูกของเราร้องขึ้นว่า..

“พ่อ..ได้เวลาอุ้มแม่แล้วนะ”

สำหรับลูกแล้ว…

การได้เห็นพ่ออุ้มแม่..เป็นภาพที่เขามีความสุขที่สุด

เธอเอื้อมมือไปกอดลูกไว้แน่น

ผมทนมองภาพนั้นไม่ได้จริงๆ

ผมกลัวว่า..ผมจะเปลี่ยนใจในวินาทีสุดท้าย

และแล้ว..วันสุดท้ายก็มาถึง

ผมอุ้มเธอไว้..ในอ้อมกอด

เท้าผม..แทบจะก้าวไม่ออก

เธอบอกกับผมว่า…

“ความจริงแล้ว…ฉันอยากให้คุณอุ้มฉัน..ไปจนเราแก่เฒ่า”

ผมกอดเธอแน่น

และผมก็ตระหนักว่า..

ชีวิตคู่ของเรา..ขาดการดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน

ผมขึ้นรถทันที..เพื่อจะไปยังจุดหมายใหม่

ผมลังเลเล็กน้อย

แต่ในที่สุดแล้ว..ผมก็มาพบเจนจนได้

เธอเปิดประตูออก

ผมบอกเธอว่า..

“เจน..ผมขอโทษ…ผมจะไม่หย่า”

เธอมองหน้าผม.. แตะหน้าผากผม

“คุณสบายดีหรือเปล่า”

“เจน…ผมขอโทษ..

ผมขอโทษจริง ๆ… ผมจะไม่หย่ากับภรรยาผม

ชีวิตการแต่งงานของเรา..น่าเบื่อ

มันเป็นเพราะ..ผมไม่ได้ให้ความสำคัญ..กับรายละเอียดเล็กน้อย

ผมขาดการเอาใจใส่ในตัวเธอ

มันไม่ได้หมายความว่า..เราไม่ได้รักกัน

ตอนนี้..ผมเข้าใจแล้วว่า..

ตั้งแต่วันที่ผมอุ้มเธอเข้าบ้าน

เธอมีลูกให้ผม

ผมควรจะประคองเธอไปจนแก่”

เจน..ตบหน้าผมอย่างแรง

และกระแทกประตูใส่ผม

ระหว่างทางกลับบ้าน

ผมแวะร้านดอกไม้

พนักงานขาย ดอกไม้ถามว่า..

“จะเขียนว่าอะไร”

ผมให้เธอเขียนว่า…

“ผมจะอุ้มคุณทุกเช้า..จนกว่าเราจะแก่”

ชีวิตการแต่งงาน

นอกจากจะอาศัยความรัก ความผูกพันแล้ว

ความเอื้ออาทร ความใส่ใจ ก็มีความสำคัญ และจำเป็นอย่างยิ่ง

นอกเหนือไปจากการเอาใจเขามาใส่ใจเราแล้ว

หากฝ่ายหนึ่งแรงมา และอีกฝ่ายก็แรงกลับ

ใบหย่า มารออยู่ตรงหน้าแน่นอนแล้วค่ะ

**

ขอให้เจอคนที่ถูกใจ ถูกต้อง และ

เป็นคนที่ “ใช่เลย”

ตราบสิ้นลมหายใจของแต่ละฝ่ายนะคะ

“ถ้าเธอยังไม่มีอารมณ์ความรู้สึกแห่งความรัก

ความใจกว้าง ความกรุณา ความอ่อนโยน

ในขณะที่เธอยังเป็นหนุ่มเป็นสาวอยู่ละก็

เมื่อเธอแก่ตัวขึ้น เธอจะมีสิ่งเหล่านี้ได้ยากมาก

แต่ถ้าเริ่มสั่งสมขึ้นมาเสียตั้งแต่บัดนี้

บางทีเธออาจจะปลุกความรู้สึกชนิดนี้ให้บังเกิดขึ้นกับคนอื่นๆ ได้อีกด้วย”

: แด่หนุ่มสาว . . . กฤษณมูรติ

ขวัญเอย napa 27, August


เพลงเก่าที่ร้องโดยนักร้องเสียงขรึมๆ

ขวัญเอย

ธีร์ ไชยเดช

หากบอกว่าฉันเปลี่ยน…ไป
อาจเป็นเพราะฉันเข้า…….ใจ
ใช่ที่ฉันเคย…เสียใจ ที่รักใครไปขนาดนั้น
แต่เธอไม่รู้ เพราะเธอนั้นไม่อยู่…ข้างกัน
และแล้ววันนั้น….ก็ผ่านไป
แต่ตัวฉันนั้น….ยังมั่นใจ
เธอคงต้องเคย…เสียใจ ถ้ารักใครไปขนาดนั้น
แต่คงไม่รู้ เพราะเขานั้นไม่อยู่…ใกล้กัน

* ขวัญเอย อย่าไปไหนให้ไกลเกินกว่านี้ อย่าได้หนีเลย
กลับมาเสียดีๆ เราจะได้มีกันต่อไป

** ขวัญเอย สิ่งที่ฉันนั้นเคยได้ปลอบใจ อย่าได้หนีไป
ใจของฉันยังมีขวัญดีๆ อยู่ต่อไป (อีกนาน)

( ซ้ำ * , ** )

Audio clip: Adobe Flash Player (version 6 or above) is required to play this audio clip. You also need to have JavaScript enabled in your browser.


ครูคนหนึ่งที่นิวยอร์ค
ตกลงใจจะแสดงความชื่นชมนักเรียนไฮสคูลชั้นปีสุดท้ายที่เธอสอน
ด้วยการบอกเขาเหล่านั้นว่า แต่ละคนมีคุณค่าพิเศษต่างจากคนอื่นอย่างไรบ้าง
เธอเรียกนักเรียนทุกคนไปหน้าชั้นทีละคน

แรกสุดเธอบอกแต่ละคนว่า พวกเขามีคุณค่าเพียงใด
ทั้งต่อตัวครูและต่อเพื่อนร่วมห้อง จากนั้นเธอก็มอบริบบิ้นสีฟ้า
พิมพ์ด้วยตัวหนังสือสีทองเป็นของขวัญให้
ข้อความบนริบบิ้นมีว่า
‘ฉันเป็นคนมีคุณค่า’

จากนั้นครูให้นักเรียนทำงานกลุ่มของชั้นขึ้นมาชิ้นหนึ่ง
ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อดูว่าการแสดงความชื่นชม ยกย่องผู้อื่น
ส่งผลอย่างไรต่อคนในชุมชน เธอมอบริบบิ้นแก่นักเรียนคนละสามเส้น
ให้นักเรียนเผยแพร่การรับรู้และชื่นชมคุณค่าผู้อื่นในวงกว้างออกไป
จากนั้นนักเรียนจะต้องติดตามผลและดูว่าใครยกย่องใครบ้าง
แล้วนำกลับมารายงานในห้องภายในหนึ่งสัปดาห์


นักเรียนชายคนหนึ่งเข้าพบผู้บริหารระดับรอง
ที่ทำงานในบริษัทใกล้ๆ เพื่อยกย่องที่ชายผู้นี้เคยช่วยเขาวางแผนอาชีพในอนาคต
แล้วมอบริบบิ้นติดให้บนเสื้อเชิ้ต จากนั้นก็มอบริบบิ้นอีกสองเส้นที่เหลือ
พร้อมกับกล่าวว่า…เรากำลังทำงานกลุ่มของชั้นเรียน
เกี่ยวกับเรื่องการแสดงความยกย่องชื่นชมผู้อื่นครับ
ผมอยากขอให้คุณช่วยหาใครสักคนที่คุณต้องการยกย่อง
แล้วให้ริบบิ้นเขา ส่วนอีกเส้นก็ให้เขาไว้สำหรับมอบให้คนต่อไป
เพื่อเผยแพร่การยกย่องชื่นชมนี้ให้กระจายต่อไป
แล้วช่วยกลับมาบอกผมด้วยครับว่าผลเป็นยังไงบ้าง

http://i19.photobucket.com/albums/b177/yodnapa/tiny/489705to6x8drcx7.gif

ต่อมาในวันเดียวกัน ผู้บริหารท่านนี้เข้าพบเจ้านายเขา
ซึ่งเป็นคนที่ใครๆรู้กันดีว่าเกรี้ยวกราด อารมณ์ร้าย
เขานั่งลงคุยกับเจ้านายบอกเจ้านายว่า
ลึกๆ เขายกย่องชื่นชมเจ้านายว่าเป็นผู้มีหัวคิดสร้างสรรค์ระดับอัจฉริยะ
ดูเหมือนเจ้านายเขาจะประหลาดใจอย่างยิ่ง
เขาถามเจ้านายว่าจะยินดีรับริบบิ้นสีฟ้าเป็นของขวัญแสดงความชื่นชม
และอนุญาตให้เขาติดริบบิ้นให้ได้หรือไม่
เจ้านายผู้ประหลาดใจตอบว่าได้
เขาจึงติดริบบิ้นสีฟ้าเส้นนั้นบนปกเสื้อนอก บริเวณเหนือหัวใจ

http://i19.photobucket.com/albums/b177/yodnapa/Animations_3/8b31b964.gifhttp://i19.photobucket.com/albums/b177/yodnapa/Animations_3/8b31b964.gifhttp://i19.photobucket.com/albums/b177/yodnapa/Animations_3/8b31b964.gif

เมื่อเขามอบริบบิ้นเส้นสุดท้ายแก่เจ้านาย
เขาบอกเจ้านายว่า ช่วยอะไรผมสักอย่างได้ไหมครับ
ผมอยากให้เจ้านายช่วยส่งต่อริบบิ้น เส้นสุดท้ายนี่
ด้วยการยกย่องชื่นชมใครสักคน
พ่อหนุ่มที่ให้ริบบิ้นผมมาเป็นคนแรก กำลังทำงานกลุ่มของชั้นอยู่
เขาอยากให้ช่วยกระจายการยกย่องชื่นชมนี้ให้เผยแพร่ในวงกว้างออกไป
แล้วดูว่าการทำแบบนี้ส่งผลต่อใครๆ ยังไงบ้าง

http://i19.photobucket.com/albums/b177/yodnapa/Flowers/BLUME013.gif

ค่ำวันนั้น ชายผู้เป็นเจ้านายกลับบ้านไปหาลูกชายวัยรุ่นอายุสิบสี่
เขาเรียกลูกชายให้นั่งลง แล้วกล่าวว่าวันนี้เกิดเรื่องเหลือเชื่อที่สุดกับพ่อ
ตอนอยู่ห้องทำงาน ลูกน้องคนหนึ่ง เข้ามาบอกว่าเขาชื่นชมพ่อ
แล้วให้ริบบิ้นเส้นหนึ่ง เป็นการยกย่องว่าพ่อเป็นอัจริยะเรื่องความมีหัวคิดสร้างสรรค์
ลองนึกดูเขาคิดว่าพ่อมีหัวคิดสร้างสรรค์เข้าขั้นอัจฉริยะเชียวนะ
แล้วเขาก็เอาริบบิ้นเส้นนี้ที่เขียนว่าฉันเป็นคนมีคุณค่า
ติดให้บนปกเสื้อนอกตรงหัวใจนี่แล้วยังให้ริบบิ้นพ่อมาอีกเส้น
ให้พ่อมองหาใครสักคนที่จะยกย่องชื่นชมต่อ
ระหว่างที่พ่อ ขับรถกลับบ้าน ก็คิดว่าริบบิ้นเส้นนี้จะให้ใครดี
แล้วพ่อก็นึกถึงแก พ่ออยากชื่นชมแกนะ
วันๆ พ่อทำงานยุ่งเหยิงมากพอกลับมาบ้านก็ไม่ค่อยได้ใส่ใจแกสักเท่าไร
บางทียังอาละวาดอีก เรื่องแกเรียนได้เกรดไม่ดี
เรื่องทำห้องนอนรก แต่ยังไงไม่รู้สิ วันนี้พ่อกลับอยากนั่งลงตรงนี้กับแก
อยากบอกว่าแกมีค่ากับพ่อมากแค่ไหน นอกจากแม่แกแล้ว
ก็มีแกนี่แหละที่เป็นคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตพ่อ
แกเป็นเด็กที่ยอดเยี่ยมเลยแหละ แล้วพ่อก็รักแกนะ…

http://i5.tinypic.com/14w3j8w.gif

เด็กหนุ่มผู้ตื่นตะลึงเริ่มสะอื้น แล้วก็สะอื้น เขาไม่อาจหยุดร้องไห้
ร่างสั่นเทาไปทั้งตัว เขาเงยหน้ามองผู้เป็นพ่อแล้วกล่าวทั้งน้ำตา
‘พ่อครับ เมื่อตอนเย็น ผมอยู่บนห้อง นั่งเขียนจดหมายถึงพ่อกับแม่
เพื่ออธิบายว่าทำไมผมถึงฆ่าตัวตาย แล้วก็ขอให้พ่อยกโทษให้ผม
ผมตั้งใจจะฆ่าตัวตายคืนนี้ตอนพ่อหลับ ผมคิดว่าพ่อไม่เคยแคร์ผมเลย
จดหมายอยู่บนห้องครับ แต่ผมคิดว่าผมคงไม่ต้องการมันแล้วล่ะ’
พ่อของเด็กหนุ่มเดินขึ้นไปบนห้องพบจดหมายข้อความสะเทือนใจ
บรรยายถึงความเจ็บปวดและทุกข์ทรมาน
จดหมายฉบับนั้นจ่าหน้าถึงพ่อกับแม่

http://i19.photobucket.com/albums/b177/yodnapa/SmileyS/chase.gif

ชายผู้เป็นเจ้านายกลับไปที่ทำงานอย่างเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
เขาเลิกเป็นคนขี้โมโหแต่จะพยายามทำทุกวิถีทาง
เพื่อให้พนักงานใต้บังคับบัญชารู้ว่าพวกเขามีค่าอย่างไรบ้าง

http://i19.photobucket.com/albums/b177/yodnapa/SmileyS/bronzmedalist.gif http://i19.photobucket.com/albums/b177/yodnapa/SmileyS/bronzmedalist.gif http://i19.photobucket.com/albums/b177/yodnapa/SmileyS/bronzmedalist.gif

ส่วนชายผู้เป็นนักบริหารระดับรองก็ช่วยให้คำแนะนำ
เด็กหนุ่มอื่นๆ ต่อมาอีกหลายคนเรื่องการวางแผนอาชีพในอนาคต
แล้วก็ไม่เคยลืมบอกเด็กเหล่านั้นว่าแต่ละคนมีคุณค่าต่อชีวิตเขา อย่างไรบ้าง
หนึ่งในนั้นก็คือเด็กหนุ่มลูกชายเจ้านายเขา ส่วนเด็กหนุ่มกับเพื่อนร่วมชั้น
ก็ได้เรียนรู้บทเรียนที่มีค่าเรื่องหนึ่งนั่นคือ
เราต่างเป็นคนที่มีคุณค่าด้วยกันทั้งนั้น

http://i19.photobucket.com/albums/b177/yodnapa/Flowers/Flowers.gif

คุณไม่จำเป็นต้องส่งเมล์ฉบับนี้ต่อให้ใครแม้แต่คนเดียว..
อย่าว่าแต่สองคนหรือสองร้อยคนเลย สำหรับฉัน (ผู้เขียนเรื่องนี้)
คุณอาจจะลบเมล์ฉบับนี้ทิ้ง แล้วไปเปิดดูเมล์ฉบับต่อไป
แต่ถ้าคุณมีใครสักคนที่มีความหมายกับคุณมาก
ฉันขอสนับสนุนให้คุณส่งข้อความนี้ ไปให้เขาหรือเธอผู้นั้น
เพื่อให้เขาได้รับรู้ความรู้สึกของคุณ
คุณไม่มีทางรู้หรอกว่า การให้กำลังใจเล็กๆน้อยๆ
มีคุณค่าแค่ไหนกับคนสักคน

http://i19.photobucket.com/albums/b177/yodnapa/Flowers/17800000.gif

ส่งเรื่องนี้ไปยังคนทุกคนที่คุณเห็นว่ามีความหมายต่อคุณ
มีความสำคัญต่อคุณหรืออาจส่งไปให้คนหนึ่ง..สอง..หรือสามคน
ที่มีความหมายต่อคุณมากที่สุด หรือคุณอาจจะแค่ยิ้ม
ที่ได้รู้ว่ามีใครบางคนคิดว่าคุณเป็นคนสำคัญ
ไม่งั้น คุณก็คงไม่ได้รับเมล์ฉบับนี้แต่แรก

จำไว้นะ ฉันให้ริบบิ้นสีฟ้าแก่คุณแล้ว

http://img149.imageshack.us/img149/3351/deep20blue20ribbon20bowrx8.jpg


มีใครบางคนภูมิใจในตัวคุณมาก

มีใครบางคนกำลังคิดถึงคุณ

มีใครบางคนห่วงใยคุณ

มีใครบางคนต้องการคุยกับคุณ

มีใครบางคนต้องการอยู่กับคุณ

มีใครบางคนไม่อยากให้คุณประสบปัญหา

มีใครบางคนรู้สึกขอบคุณในความช่วยเหลือของคุณ

มีใครบางคนต้องการกุมมือคุณไว้

มีใครบางคนอยากเห็นทุกอย่างในชีวิตคุณออกมาดี

มีใครบางคนต้องการให้คุณมีความสุข

มีใครบางคนอยากให้คุณไปหาเขา/เธอ

มีใครบางคนกำลังฉลองกับความสำเร็จต่างๆ ของคุณ

มีใครบางคนอยากให้ของขวัญคุณ

มีใครบางคนคิดว่า คุณคือของขวัญในชีวิตเขา

มีใครบางคนหวังว่าคุณคงไม่หนาวหรือร้อนเกินไป

มีใครบางคนอยากโอบกอดคุณ

มีใครบางคนรักคุณ

มีใครบางคนชื่นชมในความเข้มแข็งของคุณ

มีใครบางคนกำลังคิดถึงคุณแล้วยิ้ม

มีใครบางคนต้องการซบไหล่คุณแล้วร้องไห้



มีใครบางคนอยากออกไปเที่ยวกับคุณให้สนุก

มีใครบางคนคิดถึงแต่คุณ

มีใครบางคนอยากปกป้องคุณ

มีใครบางคนทำทุกอย่างได้เพื่อคุณ

มีใครบางคนอยากให้คุณอภัย

มีใครบางคนรู้สึกยินดีมากที่คุณอภัยให้

มีใครบางคนอยากหัวเราะกับคุณ

มีใครบางคนนึกถึงคุณและอยากให้คุณอยู่ที่นั่นกับเขาด้วย

มีใครบางคนกำลังขอให้พระเจ้าอวยพรคุณ

มีใครบางคนต้องการรู้ว่ารักของคุณไม่มีเงื่อนไข

มีใครบางคนต้องการบอกให้คุณรู้ว่าเขาห่วงใยคุณแค่ไหน

มีใครบางคนอยากแบ่งฝันกับคุณ

มีใครบางคนอยากกอดคุณไว้ในอ้อมแขน

มีใครบางคนอยากให้คุณกอดเขาไว้ในอ้อมแขน

มีใครบางคนรักจิตวิญญาณของคุณ

มีใครบางคนอยากหยุดเวลาเพราะคุณ



มีใครบางคนขอบคุณพระเจ้าที่ได้มิตรภาพและความรักจากคุณ

มีใครบางคนคอยที่จะพบคุณไม่ไหว

มีใครบางคนรักคุณไม่ว่าคุณจะเป็นใคร

มีใครบางคนชอบสิ่งที่คุณทำให้เขารู้สึก

มีใครบางคนต้องการอยู่กับคุณ



มีใครบางคนอยากให้คุณรู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้เพื่อคุณ

มีใครบางคนดีใจที่ได้เป็นเพื่อนคุณ

มีใครบางคนอยากเป็นเพื่อนกับคุณ

มีใครบางคนนอนไม่หลับทั้งคืนเพราะคิดถึงคุณ

มีใครบางคนอยากให้คุณเห็นเขา/เธอ



มีใครบางคนอยากรู้จักคุณให้ดีกว่านี้

มีใครบางคนต้องการอยู่ใกล้คุณ

มีใครบางคนคิดถึงคำแนะนำของคุณ

มีใครบางคนศรัทธาคุณอยู่

มีใครบางคนเชื่อใจคุณ

มีใครบางคนอยากให้คุณเขียนจดหมายไปหา

มีใครบางคนต้องการความช่วยเหลือของคุณ

มีใครบางคนอยากให้คุณเชื่อมั่นในตัวเขา

มีใครบางคนอยากให้คุณรับไว้เป็นเพื่อน

มีใครบางคนฟังเพลงแล้วคิดถึงคุณ

คุณมีใครคนนั้นหรือเปล่า

บางที..

คุณอาจจะไม่รู้ตัวก็ได้นะคะ

มองหาดูรอบตัว

คนๆนั้น

อาจอยู่ข้างๆตัวคุณนั่นเอง



ขอให้มีความสุขกับทุกวันค่ะ