
เพราะช่วงนี้ เจอแต่คนไม่สบาย
ไม่ว่าจะเป็นลูก หรือเพื่อนสาว
เจ้าแฝดคนกลางมีอาการอาหารเป็นพิษ
เพราะแม่พาไปเดินซื้ออาหารในงานเทศกาลอาหาร
แถวๆ โรงแรมเจ.บี. มา เมื่อเย็นวันเสาร์
เจอหอยชักตีนนึ่งอยู่ในซึ้ง เลยซื้อมากินด้วยความดีใจ
เพราะเธอชอบกินมาตั้งแต่ไปเที่ยวภูเก็ตมาหลายครั้งแล้ว
คราวนี้มาขายถึงที่นี่..ไม่ซื้อไม่ได้แล้วล่ะ
เขาขายกล่องละ 60.-
มีอยู่ไม่กี่ตัว เลยให้เขาตักมา 100.- ได้เยอะหน่อย
ไม่ทันถึงบ้าน เจ้าแพมก็จัดการจิ้มหอยกินตั้งแต่อยู่ในรถ
อีก 2 คนก็กินด้วยกัน ส่วนแม่ต้องขับรถแต่ก็มีคนป้อนให้ 1 ตัว
กินแล้วก็บอกลูกว่ากลิ่นมันไม่ค่อยจะดีแล้วนะลูก
อย่ากินเลย เดี๋ยวท้องเสีย - ก็ไม่เชื่อกัน 
กลับถึงบ้าน รู้สึกว่าจะมีแพมนี่แหละที่กินเยอะกว่าใครเขา
คนอื่นๆ เขากินปลาหมึกตัวใหญ่กันมากกว่า

ผล… วันรุ่งขึ้น เจ้าแพม อาเจียน + ไข้ขึ้น
เลยต้องพาไปหาหมอที่ ร.พ. กรุงเทพ
หมอยังวินิจฉัยไม่ได้ว่าเป็นอะไร ไข้ขึ้นเกิดจากอะไร
ให้รอดูอาการไปก่อน อีก 2 วันค่อยไปหาหมอใหม่
แต่คืนนั้นอาการท้องร่วงก็ปรากฏช่วง ตี 2 กับ ตี 4
เช้าวันจันทร์เลยไปโรงเรียนไม่ได้ .. จนถึงวันพุธ
เพิ่งไปโรงเรียนไหววันนี้เองค่ะ
แต่ขอโทษ.. แม่ก็ยังไม่ได้พักผ่อนอีกอยู่ดี
เจ้าแฝดคนเล็กไข้ขึ้นอีกคน

เมื่อคืนนี้ให้กินพาราไปแล้ว 2 เม็ดก่อนนอน
นึกว่าไข้ไม่สบายธรรมดา
ที่ไหนได้..เช้านี้ตัวร้อนจี๋ แม่ต้องเช็ดตัวให้
แล้วเอาตัวขึ้นรถไปหาหมอทันที
หมอตรวจแล้วบอกว่าคออักเสบมาก
ควรพักสัก 2 วัน ..
เฮ้ออออ.. ต้องขาดเรียนอีกคนแล้ว
อีกไม่กี่วันก็จะสอบปลายภาคแล้วด้วย 
เจ้าคนเล็กนี่มีประวัติขักเมื่ออายุประมาณ 2 ขวบ
เพราะแม่ประมาทเกินไป ไว้ใจให้อยู่กับพี่เลี้ยง
แถมไม่ใช่พี่เลี้ยงธรรมดาหรอกนะ เป็นคนจากศูนย์เลี้ยงเด็ก
ที่คุณย่าอุตส่าห์จัดหาจัดจ้างมาจากกทม.
(ศูนย์ที่เขาอบรมให้คนธรรมดาๆเป็นคนช่วยดูแลหรือพยาบาลคนชรา
หรือเลี้ยงดูเด็กเล็กโดยเฉพาะ แล้วคิดเงินแพงๆ )
อัตราค่าจ้างคนละ 8,000.- ต่อเดือน
ค่าแรงงานวันหยุด (ถ้าเขาไม่หยุด) วันละ 400.-

วันนั้นน้องพิ้งค์เป็นไข้สูง ก็ได้กำชับกับพี่เลี้ยงเขาแล้ว
ว่าแม่ต้องไปออฟฟิส ให้เช็ดตัวน้องบ่อยๆด้วย
ที่ไหนได้.. พอกลับเข้ามาดูลูกตอนบ่าย
คุณเธอนั่งเม้าท์โทรศัพท์กับเด็กผู้ชายอายุ 17 ที่ทำงานเป็นช่างไฟข้างบ้าน
(ปัจจุบันเขาตกเป็นสามีของเธอเรียบร้อยนานแล้ว)
พอเห็นแม่เดินขึ้นบันไดมา ก็กดโทรศัพท์วางแทบไม่ทันแล้ววิ่งเข้าห้องดูน้อง
..เกือบไม่ทันแน่ะ ถ้าแม่ไม่ว่องไว พิ้งค์คงกัดลิ้นตัวเองไปแล้ว
ตัวลูกร้อนมาก ตาเริ่มจะเหลือกแล้ว
แม่รีบเอาผ้าอ้อมพันช้อนแล้วง้างปากลูกให้คาบไว้
แล้วถอดเสื้อผ้า เอาผ้าเช็ดตัวทันที
หลังจากนั้นก็อุ้มลูกวิ่งลงบันได
ทั้งๆ ที่เปลือยๆนั่นแหละ ( ลูกค่ะ.. ไม่ใช่แม่..
)
สั่งพี่เลี้ยงที่ยืนเซ่ออยู่วิ่งตามลงมาเดี๋ยวนั้น
แล้วให้อุ้มน้องไว้ เพื่อที่แม่จะได้ขับรถถนัดๆ
และซิ่งไปโรงพยาบาลราษฎร์ยินดีทันที

ตั้งแต่บัดนั้นจนถึง 6 ขวบ
แม่ต้องคอยเฝ้าระวังน้องพิ้งค์ทุกครั้งที่มีไข้
เธอจะมียาประจำตัวไว้ให้กินตอนที่มีไข้สูง
จำชื่อยาไม่ได้แล้วซี เรียกแต่ยากันชัก
ยานี้พิ้งค์กินแล้วเพี้ยนไปเลย
เดิมลูกจะไม่พูดเยอะเหมือนอีก 2 แฝด
แต่พอกินยานี้เข้าไปแล้ว
เธอจะแปลงร่างเป็นเด็กพูดเยอะ อยู่ไม่นิ่ง
ไม่ก็จะร้องเพลง แทบจะตลอดเวลา
ตลกมากๆเลยค่ะ
ที่ตลกออก คงเป็นเพราะลูกหายป่วย
แต่หากไม่สบายบ่อยๆ แม่ก็คงจะตลกไม่ออกหรอกนะ
ฮู่….

รักษาสุขภาพกันหน่อยค่ะ
ช่วงนี้ อากาศก็เพี้ยน คนก็เครียด ยุงก็เยอะ
ใส่ใจสุขภาพกันบ้างเน้อ ..
