Home is Where the Heart is

Just another weblog of a busy mom of Triplets!
วัย Pre-teen napa 7, November


เมื่อ​เข้า​สู่วัย​ 11 ​ปี​ ​พ่อแม่มัก​จะ​ฉงนฉงายว่า
ลูกน้อยที่​เคย​เป็น​เด็กน่ารักอ่อนหวานขนาดอ้อนขอนอนหนุนตัก
ลูกที่​แสน​จะ​สดใสร่า​เริง​ ​รับผิดชอบงาน​ใน​หน้าที่ของตัวเองสม่ำ​เสมอคน​นั้น
หายไปไหน​ ​เขา​เคย​เข้า​กับ​ทุกๆ​ ​คน​ใน​ครอบครัว​ได้​ดีมาก
แต่​แล้ว​ก็​เปลี่ยนไปราว​กับ​พลิกฝ่ามือที​เดียว

อารมณ์ของลูกเรา​อยู่​ใน​ช่วงแปรปรวนจนยาก​จะ​คาดเดา​ได้
ขี้งอนละก็ที่หนึ่ง​ ​แล้ว​นิดๆ​ ​หน่อยๆ​ ​น้ำ​ตาร่วงเผาะ

ตัว​เขา​เองก็​ไม่​สามารถ​จะ​ควบคุม​ให้​มันสงบแน่นิ่งเหมือนเคย
คุยจ้อ​อยู่​ดีๆ​ ​ใครพูดผิดหูหน่อยเดียว​เท่า​กับ​จุดชนวนระ​เบิดตูมตามขึ้นมา
บรรยากาศภาย​ใน​บ้านดู​จะ​ไม่​น่าอภิรมย์นัก
เนื่อง​จาก​ทุกๆ​ ​คน​ใน​บ้านมี​โอกาส​ได้​รับสะ​เก็ดระ​เบิด​กัน​ทั่ว​ถึง

เวลาอารมณ์ดี​หรือ​ดีอกดี​ใจสักอย่าง
ก็​แสดงออกอย่างนอกหน้าจน​ผู้​ใหญ่​รู้สึกว่าอะ​ไร​จะ​เว่อร์ขนาดนี้

เป็น​อารมณ์ที่​เราพบเห็น​แล้ว​เกิด​ความ​รู้สึกว่า
แหม​ ​ลูกเราช่าง​ “​เกินกว่า​เหตุ​” ​เสียจริงๆ

บุคลิกที่​เปลี่ยนแปลงไปเช่นนี้
แม้ว่า​จะ​ทำ​ให้​คนรอบข้างรำ​คาญใจ​ ​และ​ไม่​มอง​เขา​อย่างชื่นชมเช่นเคย
แต่​ถ้า​ทำ​ความ​เข้า​ใจ​แล้ว​ ​ความ​เปลี่ยนแปลงที่​เกิดขึ้น
แท้ที่จริงก็​เป็น​พัฒนาการตามวัยของ​เขา​เท่า​นั้น​เอง​…
ทราบ​แล้ว​เปลี่ยนค่ะ

ไม่​ใช่​เรื่องง่ายนักที่ลูกวัย​ 11 ​ของเรา
จะ​รับมือ​กับ​อารมณ์​เพี้ยนๆ​ ​เหล่านี้
เพราะ​นอก​จาก​จะ​เป็น​เรื่องของอารมณ์​แล้ว
ยัง​มี​เรื่อง​อื่น​มา​เกี่ยวข้อง​ด้วย​พร้อมๆ​ ​กัน

ทั้ง​ความ​เปลี่ยนแปลงภาย​ใน​จิตใจที่​เขา​ต้อง​การ​ความ​เป็น​อิสระ​เพิ่มขึ้น
ก็​เจ้า​ความ​อยาก​เป็น​อิสระ​ไม่​ขึ้นต่อการปกครองของพ่อแม่
เป็น​แรงผลักดัน​ให้​ลูกวัยนี้​เริ่มทำ​ตัวห่าง​ไกล​ออกไป​จาก​เรา
การแสดงออกของลูกที่​เราสังเกตเห็น​ได้
เช่น​ ​ไม่​พูด​จา​กับ​พ่อแม่ดีๆ​ ​เหมือนก่อน
ย้อน​ผู้​ใหญ่​ ​ชวน​เขา​ทำ​อะ​ไรก็​ไม่​ยอมร่วมวง​ด้วย
นี่​แหละที่ทำ​ให้​เขา​เป็น​คนแปลกหน้าสำ​หรับสมาชิก​ใน​ครอบครัวไป
เห็นอย่างนี้ก็​เถอะ​ ​แต่​กับ​เพื่อน​หรือ​คนนอกบ้านลูกเรา​จะ​ทำ​ตัวอีกอย่าง
กลาย​เป็น​อีกคนที่มี​เสน่ห์น่ารักไปโน่นที​เดียว

ใน​วัยนี้​เขา​ต้อง​การการยอมรับ​จาก​เพื่อนมากขึ้น
ยิ่ง​เท่า​กับ​เพิ่ม​ความ​กดดัน​ให้​ตัว​เขา
ก็​ใครล่ะ​จะ​ไปควบคุม​ความ​รู้สึกนึกคิดของคน​อื่น
ให้​เขา​ชอบตัวเอง​ได้​ ​ลูก​จึง​ต้อง​พยายามมากขึ้น
เพื่อ​ให้​ตัวเอง​เป็น​ที่ยอมรับ​ใน​หมู่​เพื่อนๆ​ ​วัยเดียว​กัน

ความ​สัมพันธ์ระหว่างพรีทีนวัย​ 11 ​กับ​คน​ใน​ครอบครัว
ดู​เหมือน​จะ​มา​ถึง​ช่วงคลอนแคลน​ ​ลูกโมโหหงุดหงิดง่าย
จะ​มีพ่อแม่สักกี่คนอดทน​ใช้​น้ำ​เย็น​เข้า​ลูบ​ ​โต้ตอบ​ด้วย​วาจานุ่มนวลไหว
ส่วน​มากก็น้ำ​เดือด​เท่า​นั้น​ละค่ะ
ร้อน​กับ​ร้อนมา​เจอ​กัน​ยิ่งทำ​ให้​ต่างฝ่ายต่างห่าง​กัน​ออกไปทุกที

เมื่อพ่อแม่ทราบว่า​ถึง​วัยอารมณ์​แปรปรวนของลูก​แล้ว

ก็น่า​จะ​เปลี่ยนท่าที​เป็น…

พยายาม​เข้า​ใจ​เขา​มากขึ้น

สำ​หรับพ่อแม่​แล้ว​ ​ลูกวัยนี้มี​เรื่อง​ให้​พ่อแม่ดุว่าหลายๆ​ ​เรื่อง​ใช่​ไหมล่ะคะ
โดย​เฉพาะ​เรื่องการ​ใช้​อารมณ์ของ​เขา​ ​วันหนึ่งนั่งกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา​กัน​อยู่​ดีๆ
น้องยียวนกวนประสาท​เขา​หน่อยเดียวลุก​จาก​โต๊ะ​ไปเลย
แทนที่​จะ​สวมวิญญาณนักเทศน์​ ​หรือ​โมโห​แล้ว​ดุ​เขา​ทันที
ลูก​จะ​ยิ่งแสดงท่าทางกวนโมโหมากขึ้น
แล้ว​พาลน้อยอกน้อยใจไป​กัน​ใหญ่

polar_hug ลองสังเกตลูกของเราดูว่า​ ​มีสา​เหตุ​อื่น​ใด
ที่ทำ​ให้​ลูกเรา​แสดง
ท่าที่​เช่น​นั้น​ออกมา
ลูกเราทะ​เลาะ​กับ​เพื่อนที่​โรงเรียนมา​หรือ​เปล่า
หรือ​เหนื่อย​จาก​การทำ​รายงานชิ้น​ใหญ่

ค่อยๆ​ ​เลียบเคียงถามทีหลัง​ ​ว่า​ ​เออ​ ​ลูกการบ้านเยอะ​หรือ
ไม่​ค่อยสบายใจเรื่องอะ​ไร​อยู่​หรือ​เปล่า​ ​เล่า​ให้​แม่ฟังบ้างก็​ได้​นะ
คุย​กัน​แบบดีๆ​ ​เผื่อว่าลูก​จะ​ได้​สบายใจขึ้น
ลูกบางคนอาจบอกเล่า​ความ​รู้สึก​ไม่​ถูก​ ​บางคนอาจบอก​ได้
เช่น​ ​เขา​ทะ​เลาะ​กับ​เพื่อนซี้ปึ้กมาหมาดๆ
หรือ​น้องอาจเพิ่งทำ​ปากกา​แท่งโปรดของ​เขา​พังไป
แล้ว​ยัง​กวนโมโหที่​โต๊ะกินข้าวอีก​ ​เรา​จึง​รู้ที่มาที่​ไปของเรื่อง

แม้สา​เหตุ​จะ​เล็ก​น้อยเพียง​ใด
เมื่อเราพยายาม​เป็น​ที่​เย็นชโลมจิตใจของลูก
ใน​ที่สุดลูกก็​จะ​รู้สึกตัวว่า​เขา​แสดงท่าทาง​ไม่​น่ารักออกมา
เขา​สามารถ​รู้สึกผิด​และ​มาขอโทษเราทีหลัง
อย่างไร​เขา​เองก็อยาก​เป็น​คนน่ารักสำ​หรับพ่อแม่​อยู่​วัน​ยัง​ค่ำ​แหละน่า

ให้​ลูกมีที่ว่างสำ​หรับตัวเองมากขึ้น

เด็กวัย​ 11 ​เขา​เห็น​ความ​เป็น​ส่วน​ตัวว่า
มันคือสมบัติล้ำ​ค่าอย่างหนึ่งของ​เขา
และ​เราก็ควร​จะ​ให้​เขา​ได้​มีมุมสันโดษ​ด้วย
ถ้า​เรา​เข้า​ไปวุ่นวาย​กับ​ทุกซอกทุกมุมของชีวิต​เขา​แล้ว
การรุกล้ำ​ยิ่งทำ​ให้​เขา​ตั้งการ์ดปิดกั้นเราออกไป
อย่า​เซ้าซี้ถาม​ถ้า​เขา​ไม่​อยากบอก
แสดง​ให้​เขา​รู้ว่า​เรายินดี​เสมอ​ถ้า​เขา​จะ​มาพูดคุย​กับ​เรา
เมื่อ​เขา​พร้อม​เขา​ก็​จะ​มาหา​เรา​เองค่ะ

มั่นคง​ใน​ตัวเอง

ยาก​อยู่​นะคะที่​จะ​สงสาร​และ​เห็นใจลูก​ใน​ระยะ​แปรปรวนเช่นนี้
แต่ขณะ​เดียว​กัน​เราก็​ต้อง​รักษา​ความ​มั่นคงของตัวเรา​ด้วย
ครั้น​จะ​ขึงตึงตามกฎของบ้านทุกกระ​เบียดนิ้ว​ ​เห็นที​จะ​ต้อง​ทำ​สงครามย่อยทุกวัน
แต่ก็​ไม่​ได้​หมาย​ความ​ว่าปล่อย​ให้​เขา​วีน​ได้​บ่อยๆ
หรือ​ปล่อยๆ​ ​เขา​ไปก่อน​กับ​ทุกๆ​ ​เรื่องราว

ต้อง​วางขีดจำ​กัดสำ​หรับ​เขา​ด้วย​เหมือน​กัน​ ​ไม่​ว่าอย่างไร
ลูกก็​ยัง​ต้อง​ปฏิบัติตามมาตรฐานที่วาง​กัน​ไว้​ใน​บ้าน
สำ​หรับเด็กเอง​เขา​จะ​สบายใจกว่า​ถ้า​เขา​อยู่​ใน​มาตรฐานที่พ่อแม่ยอมรับ
เพราะ​ฉะ​นั้น​ ​ให้​เขา​รู้ว่าสิ่งไหนคือหน้าที่​ความ​รับผิดชอบของ​เขา
เช่น​ ​หน้าที่จัดโต๊ะกินข้าว​ ​หรือ​ช่วย​ถูบ้านอาทิตย์ละ​ 2 ​หน
เรา​ต้อง​ยืนยันว่าลูก​ต้อง​ทำ​แม้ว่า​จะ​มีอารมณ์​หรือ​ไม่​มีก็ตาม

ให้​อิสระ​เพิ่มขึ้น

อารมณ์ระ​เบิดเปรี้ยงปร้างของลูกวัยนี้
ส่วน​หนึ่งก็มา​จาก​ความ​ต้อง​การมีอิสระภาพมากขึ้นค่ะ
วัย​ 11-13 ​เป็น​วัยที่ลูกหมกมุ่นคิด​ถึง​ตัวเอง
ไปพร้อมๆ​ ​กับ​การค่อยๆ​ ​เติบโต​ ​กระตือรือร้นอยากเห็นโลกกว้าง
และ​อยากมีอิสระ​ใน​การทำ​อะ​ไรเองมากขึ้น

การที่พ่อแม่​เหน็บ​เขา​ติดตัวไปไหนมา​ไหนตลอดเวลา​เหมือนเคย
จะ​ทำ​ให้​เขา​ไม่​มี​โอกาส​เป็น​ตัวของตัวเอง​และ​ยิ่งต่อต้านพ่อแม่
ตอนนี้​เขา​อยากหัดไปไหนมา​ไหน​ด้วย​ตัวเอง​ ​หรือ​ไป​กับ​เพื่อนมากกว่า
แต่ก็​ไม่​ได้​หมาย​ความ​ว่พ่อแม่​จะ​ปล่อย​ให้​เขา​ไปทำ​อะ​ไรที่​ไหน
กลับเมื่อไหร่ก็​ได้​โดย​ไม่​มีกรอบวาง​ไว้​เลย​ ​การ​ให้​อิสระมากเกินไป
จะ​ทำ​ให้​เด็กวัยนี้​ไม่​รู้วิธีจัดการ​กับ​ตัวเอง​และ​สถานการณ์รอบตัว

ยัง​คง​ใส่​ใจลูกเสมอ

แม้ว่าลูกอาจแสดงท่าทีว่าอยากแยกตัวออก​จาก​เรา
ถ้า​เราน้อยอกน้อยใจ​ ​ปล่อย​ให้​เขา​โลดแล่นไปอย่างใจ​เขา​ต้อง​การ
ความ​สัมพันธ์​จะ​ค่อยๆ​ ​ห่างเหิน​กัน​ไปค่ะจนอาจ​เป็น​ช่องว่างที่กว้าง​ใหญ่
เมื่อ​ถึง​วัยรุ่น​ ​จึง​เป็น​เรื่องสำ​คัญที่​จะ​ให้​ลูก​และ​เรามี​ส่วน​ร่วม​ใน​ชีวิต​ซึ่ง​กัน​และ​กัน
และ​ตัวเรา​เองพร้อม​เป็น​ที่พึ่งพิงเสมอ

ทำ​ความ​รู้จัก​กับ​เพื่อน​ ​ครู​ ​หรือ​ผู้​ใหญ่​คน​อื่นๆ​ ​ใน​โลกของลูก​ด้วย
ทักทาย​หรือ​หา​โอกาสติดต่อพูดคุยฉันท์มิตร​กัน​ไว้
จะ​ได้​มี​โอกาสรู้จักคนรอบๆ​ ​ตัวลูก​ ​เมื่อทำ​ความ​รู้จัก​กัน​จะ​ให้​ผลดีหลายข้อ
คือ​จะ​ได้​ไม่​กลัวเกินไปว่าลูกคบคน​ไม่​ดี​ ​ความ​กลัวของพ่อแม่​ส่วน​ใหญ่
จะ​ทำ​ให้​มองเพื่อนลูกบางคนว่า​เป็น​เด็ก​ไม่​ดี
เมื่อรู้จัก​แล้ว​อาจมองเห็นว่า​ไม่​มีสิ่ง​ใด​น่ากลัวเลยก็​ได้
นอก​จาก​นี้​ยัง​ได้​แลกเปลี่ยน​ความ​เป็น​ไปของลูก​ได้​ด้วย​ค่ะ

ทำ​ความ​เข้า​อก​เข้า​ใจ​กับ​วัย​ 11 ​ดี​แล้ว
ทีนี้ละอารมณ์​จะ​แปรปรวนขนาดไหน​ ​คลื่นลม​จะ​แรงเพียง​ใด
เราก็​สามารถ​ประคับประคองนาวาลำ​น้อย​ให้​ฝ่าคลื่นลมไป​ได้​อย่างราบรื่นค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก Teens & Family ฉบับที่ 45 ค่ะ


บุตรธิดา คือ กระจกเงาของพ่อแม่
ว.วชิรเมธี


http://img291.imageshack.us/img291/8433/003jo6.gif หากคุณเอาดอกไม้ใส่มือให้เด็ก
เขาจะกลายเป็นคนจิตใจงดงาม

http://img291.imageshack.us/img291/8433/003jo6.gif หากคุณเอาความรักใส่มือให้เด็ก
เขาจะกลายเป็นคนเปี่ยมเมตตา

http://img291.imageshack.us/img291/8433/003jo6.gif หากคุณเอาเหตุผลใส่มือให้เด็ก
เขาจะกลายเป็นนักวิทยาศาสตร์

http://img291.imageshack.us/img291/8433/003jo6.gif หากคุณเอาหนังสือใส่มือให้เด็ก
เขาจะกลายเป็นปัญญาชน

http://img291.imageshack.us/img291/8433/003jo6.gif หากคุณเอาธรรมะใส่มือให้เด็ก
เขาจะกลายเป็นคนดี

http://img291.imageshack.us/img291/8433/003jo6.gif หากคุณเอานิสัยแห่งการให้ใส่มือให้เด็ก
เขาจะกลายเป็นคนมีจิตสำนึกสาธารณะ

http://img291.imageshack.us/img291/8433/003jo6.gif หากคุณเอาสมบัติผู้ดีใส่มือให้เด็ก
เขาจะกลายเป็นสุภาพบุรุษ/สุภาพสตรี

http://img291.imageshack.us/img291/8433/003jo6.gif หากคุณเอาดนตรีใส่มือให้เด็ก
เขาจะกลายเป็นคนอารมณ์ดี

http://img291.imageshack.us/img291/8433/003jo6.gif หากคุณเอาธรรมชาติใส่มือให้เด็ก
เขาจะกลายเป็นคนรักความสงบ

http://img291.imageshack.us/img291/8433/003jo6.gif หากคุณเอาความก้าวร้าวใส่มือให้เด็ก
เขาจะกลายเป็นอันธพาล

http://img291.imageshack.us/img291/8433/003jo6.gif หากคุณเอาความตามใจใส่มือให้เด็ก
เขาจะกลายเป็นลูกบังเกิดเกล้าจอมอหังการ

http://img291.imageshack.us/img291/8433/003jo6.gif หากคุณเอาเงินใส่มือให้เด็ก
เขาจะกลายเป็นคนมักง่าย

http://img291.imageshack.us/img291/8433/003jo6.gif หากคุณเอาปืนใส่มือให้เด็ก
เขาจะกลายเป็นฆาตกร

http://img291.imageshack.us/img291/8433/003jo6.gif หากคุณเอาวัตถุแพงๆ ใส่มือให้เด็ก
เขาจะกลายเป็นคนยึดติดวัตถุนิยม

http://img291.imageshack.us/img291/8433/003jo6.gif หากคุณเอาความรักสบายใส่มือให้เด็ก
เขาจะกลายเป็นคนหยิบโหย่งอ่อนแอ

http://img291.imageshack.us/img291/8433/003jo6.gif หากคุณเอาความไม่รับผิดชอบใส่มือให้เด็ก
เขาจะกลายเป็นคนสูญเสียสามัญสำนึก

http://img291.imageshack.us/img291/8433/003jo6.gif หากคุณเอาความริษยาใส่มือให้เด็ก
เขาจะกลายเป็นคนที่ขาดความสงบสุขในชีวิต

http://img291.imageshack.us/img291/8433/003jo6.gif หากคุณเอาแต่วิชาชีพใส่มือให้เด็ก
เขาจะกลายเป็นคนสมองโตแต่ใจตีบ

http://img371.imageshack.us/img371/1571/ahearts23lv9.gif ในฐานะที่เป็นพ่อและแม่
ทุกวันนี้คุณเอาอะไรใส่มือให้เด็กๆ ของคุณ ?

ขอขอบพระคุณข้อคิดดีๆ จากท่าน ว.วชิรเมธี ค่ะ

งาน napa 22, September


parenting


การเริ่มต้นจากความรัก :XO:
ความเทิดทูน :halo:
ที่ตามมาด้วย.. ความน่ารำคาญใจ .. ในไม่ช้า :neutral:

การสานสัมพันธ์แห่งรักให้ยั่งยืนนานนั้น

ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความชอบในสิ่งที่เหมือนกันของคนทั้งคู่

หากแต่เป็นความอดทนต่อการตลบแตลงของแต่ละฝ่ายได้ต่างหากล่ะ

.. และการเอ่ยปากขอโทษเมื่อรู้ตัวว่าทำผิด

แม้ว่าจะไม่ได้มาจากใจจริงก็ตาม :eek:

ใช่แล้วล่ะ มันก็ดูเหมือนกับเป็นถุงเท้าเหม็นๆ ที่ถูกสลัดทิ้งไว้บนพื้นอ่ะนะ

แต่จริงๆ แล้ว มันก็เป็นแค่สัญลักษณ์ของผู้ชายที่ไม่รู้จักการเคารพกติกา

หรือเรียกอีกอย่างได้ว่า บุคคลไร้ความสามารถในการรักษาระเบียบ หรือข้อตกลง

.. ก็แค่นั้น :down:

ต่อมาเมื่อถึงคราวมีลูก..

ก็มีข้อดีเหมือนกันนะคะ

ตรงที่เวลาเข็นลูกไปไหนต่อไหน (คนเดียว)

จะบ่นจะด่าจะว่าใคร (พูดคนเดียว)

ชาวบ้านเขาก็จะมองว่าเราน่ะช่างพูดช่างเจรจากับลูก

.. เป็นแม่ที่แสนดีเสียนี่กระไร :lol:

.. ต่อมา เมื่อมีลูกมากกว่า 1 คนขึ้นไป

ความทรุดโทรมก็มาเยือนสาว(เคย) สวย (เคย) เก่งและดูดี :razz:

อย่างไรก็ดี

ถึงแม้ว่าการเลี้ยงดูลูก จะค่อนข้างเหนื่อยยาก

และใช้เวลายาวนานและยาวไกล

แถมไม่ได้ค่าจ้างอีกต่างหาก

แต่ว่าการได้เป็นแม่นั้น

ช่างน่าภาคภูมิใจนักแล :evil:

แต่.. หากใครทำให้แม่เจ็บปวดรวดร้าวใจล่ะก็..

ระวัง..

จะหนาว


มีคำถามเกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้ว ว่า
ทำไมการเลี้ยงลูก จึงตกเป็นของผู้หญิง (ฝ่ายเดียว..ซะส่วนใหญ่)

คำตอบที่ออกมามักจะเป็น…

เป็นเพราะ พ่อ มีหน้าที่หลักในการหาเงินเลี้ยงดูตรอบครัว
หรือจะเป็นเพราะแม่มีความละเอียดอ่อนกว่า
ก็ตั้งแต่แรก แม่ต้องให้นมลูกอยู่แล้วนี่นา

ก็ผู้หญิงน่ะ มีความอดทน เพื่อลูกมากกว่า
.. น่าภูมิใจนะคะ

เพราะเด็กที่เป็นอนาคตของชาติ น่ะ อยู่ในกำมือเราแท้ๆเลยเชียว

แต่จะมีใครรู้บ้างว่าการเป็นแม่ที่ดีน่ะ ยากเย็นแสนเข็ญแค่ไหน
และหากเจอกับเด็กรุ่นใหม่ หัวใจเกินร้อย แบบที่เราเจอล่ะก็…

เหอะเหอะ http://i19.photobucket.com/albums/b177/yodnapa/SmileyS/heartbreaking.gif

บางครั้งบางคราว ก็อยากจะเสกตัวเอง

.. ให้หายไปยืนอยู่ริมทะเลคนเดียวเลยจริงๆนะ.. ขอบอก

http://i19.photobucket.com/albums/b177/yodnapa/SmileyS/smilebrain.gif

แต่…
ต้องยอมรับด้วยหัวใจเกินร้อยเหมือนกันค่ะว่า
เรารักพวกเขามากมายเหลือเกิน
จนบางครั้ง เด็กๆ อาจจะไม่อยากให้เรารัก
แล้วทำให้ห่วงใยเขามากจนเกินไปในบางครั้ง
และบางหน เราอาจจะเป็นเหมือนอย่างที่พูดกันว่า..
“พ่อ-แม่ รังแกฉัน”

ทำไมถึงต้องเรียกว่า “พ่อ-แม่ รังแกฉัน” หรือ
เหตุเพราะ ความห่วงใยที่มีมากจนเกินพอดี
และคอยที่จะทำให้ลูกซะแทบทุกอย่าง
คอยเตรียมพร้อม คอยจัดหา ทั้งคน และอุปกรณ์
เพื่อที่จะให้ลูกสบายกาย สบายใจ
จะกลับกลายเป็น การทำร้ายลูก โดยไม่ตั้งใจ
และอาจย้อนกลับเข้าทำร้าย ตัวพ่อ-แม่เองด้วยซ้ำ
ยังไงน่ะเหรอ
ก็..
จากการที่เด็กได้รับการฝึกฝนการใช้ชีวิตมา
แบบที่ไม่เคยต้องสัมผัสกับความยากลำบาก
เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเจอ ต้องสัมผัส
กับสิ่งธรรมดาในชีวิตประจำวันของคนทั่วไป
ไม่ว่าจะเป็น การพับเก็บเสื้อผ้า
การล้างถ้วย ล้างชาม
หรือการจัดเตรียมของ แม้เพื่อการเรียนของตนเอง
เด็กบางคนอาจจะทำให้สำเร็จด้วยตัวเอง ได้ยากมาก
เป็นเพราะขาดการฝึกฝนที่ดีนั่นเอง

บางคนอาจจะไม่เชื่อนะคะ
ว่ามีเรื่องแบบนี้ เกิดขึ้นจริงๆ
และอาจเกิดขึ้น ใกล้ๆ ตัวคุณ
หรืออาจจะเกิดขึ้นอยู่กับใครก็ได้
โดยที่ยังไม่รู้ตัว

เด็กๆ คะ มาฝึกฝนตัวเองกันเถอะ
มาสร้างเสริมหัวใจของตัวเองให้แกร่ง
มาเสริมสร้างพลังทั้งกาย - ใจ
ไม่มีอะไรที่จะยาก หรือลำบากเกินความพยายามของเราไปได้
แม้พ่อหรือแม่จะมีทุกสิ่งให้พร้อมสรรพ
แต่หากเราไม่เตรียมตัวเองให้พร้อม
เพื่อที่จะรับกับการเติบโตของตัวเราเองแล้ว
อนาคตของพวกหนู จะเป็นอย่างไร
..แทบจะมองไม่เห็นทางสว่างที่จะสร้างด้วยตัวเอง
โดยที่ไม่จำเป็นต้องคอยรอรับการสนับสนุนอุ้มชู
จากพ่อ-แม่ตลอดชีวิตเลยนะคะ

http://i19.photobucket.com/albums/b177/yodnapa/SmileyS/67e0563a.gif

ไม่ได้บอกให้เลิกรับการสนับสนุนที่พ่อ-แม่ มีให้พร้อมอยู่เสมอ
เรารู้อยู่แล้วว่าพ่อ-แม่รักเรามากเพียงไร
แต่ถึงเวลาแล้ว ที่เราจะต้องเติบโต
ทั้งทางสังคม อารมณ์ และนิสัย
เมื่อเราทำสำเร็จ
ก็คือของขวัญที่วิเศษสุด สำหรับพ่อ-แม่ และของตนเองค่ะ

http://i19.photobucket.com/albums/b177/yodnapa/SmileyS/1204.gif

ขอให้เป็นคนดีกันนะคะ
สังคมสมัยนี้ เสื่อมทรามลง
เพราะคน ยึดมั่นกับวัตถุ เงินทอง มากกว่าอย่างอื่น
หลงใหลใน ลาภ ยศ สรรเสริญ
จนลืมนึกถึงสิ่งที่สำคัญที่สุดอีกอย่าง
คือการเป็นคนดี มีจิตใจดี
และสามารถอยู่ร่วมกับผู้คนในสังคมได้อย่างสงบสุข

http://i19.photobucket.com/albums/b177/yodnapa/SmileyS/friaresmilley.gif

ความฝันที่มีอยู่ตอนนี้ คือการส่งลูกให้ถึงฝั่ง
โดยไม่ต้องกระโดดเหยียบข้ามหัวใคร
ไม่ต้องเด่นไม่ต้องดัง ไม่ต้องยืนอยู่เป็นอันดับแรก
แต่ขอให้มีความสุข จากความสำเร็จในชีวิต
และมีความพอใจ ในสิ่งที่ตนมี และเป็นอยู่