
ภายใต้ระบบเลือกตั้งของสหรัฐฯนั้น
การเลือกตั้งประธานาธิบดี ไม่ได้มาจาก
การลงคะแนนโดยตรงของประชาชน
ที่เรียกว่า ป็อปปูล่า โหวต
แต่มาจากคะแนนของอีเลคโทรัลโหวตในแต่ละรัฐ
ซึ่งมีจำนวนไม่เท่ากันในแต่ละรัฐ
โดยรัฐใหญ่อย่างแคลิฟอร์เนียมี 55 คะแนน
แต่ในบางรัฐเล็กๆที่มีเพียงไม่กี่คะแนนก็มี
และตามปกติ ผู้ชนะอีเลคโทรัลโหวตในแต่ละรัฐฯ
จะได้เสียงทั้งหมดของรัฐนั้นๆ
จนถึงเมื่อวันจันทร์ ผลสำรวจโดยโพลล์เจ้าต่างๆ
ระบุว่า โอบาม่านำแมคเคนอยู่
โดยคาดว่าโอบาม่าได้อีเลคโทรัลโหวต 278 เสียงแล้ว
ขณะที่แมคเคนได้ 132 เสียง และยังมีอีก 128 เสียง
ที่ยังไม่อาจฟันธงได้ว่าจะเป็นของใคร

หลายคนมองว่าตำแหน่งประธานาธิบดี
ลำดับที่ 44 ของประเทศ น่าจะตกเป็นของโอบาม่า
ของเดโมแครต เพราะจนถึงเพียง 1 วันก่อนหน้าวันเลือกตั้ง
โอบาม่ายังมีคะแนนนำแมคเคน ในโพลล์ระดับชาติทุกสำนัก
ซึ่งเป็นแนวโน้มที่มีมาพักใหญ่แล้ว แถมยังมีผลสำรวจว่า
เขากำลังมีคะแนนนำในศึกแย่งชิงอีเลคโทรัลโหวตจากรัฐต่างๆ
ที่โครก็ตามที่จะขึ้นเป็นประธานาธิบดีได้
จะต้องได้ไม่น้อยกว่า 270 เสียง
จากทั้งหมด 538 เสียงด้วย

มองกันว่าโอกาสที่แมคเคนจะได้ครองทำเนียบขาว
น่าจะริบหรี่ แต่ถึงจะริบหรี่ ก็ยังมีโอกาส
นักวิเคราะห์เตือนว่ายังอาจมีโอกาสที่เดโมแครตจะเจอฝันร้าย
นั่นคือโอบาม่าชนะคะแนนป็อปปูล่าโหวต
แต่แมคเคนกลับเป็นผู้ชนะตัวจริงด้วยคะแนนอีเลคโทรัลโหวต
ในกระบวนการนับคะแนนแบบทีละรัฐของสหรัฐฯ
เพราะโพลล์ระดับรัฐที่จัดทำล่าสุด แสดงให้เห็นว่า
แมคเคนมีคะแนนตีตื้นขึ้นมาแล้วในหลายรัฐสำคัญๆ
ซึ่งรวมทั้ง เวอร์จิเนีย ฟลอริด้า และโอไฮโอ
กับรวมทั้งเพนซิลเวเนียซึ่งเอนไปทางเดโมแครต

หากโพลล์เหล่านี้ถูกต้อง
และหากผู้มีสิทธ์ออกเสียงที่ก่อนหน้านี้ยังไม่ตัดสินใจ
เกิดตัดสินใจเลือกลงคะแนนให้แมคเคน
ก็มีความเป็นไปได้ที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯในปีนี้
จะเกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยการเลือกตั้งประธานาธิบดี
เมื่อปี 2543 ที่ทำให้ อัล กอร์ของเดโมแครต
กับชาวเดโมแครตทั้งหลายต้องอกหักรักคุด
เพราะจบลงด้วยการที่ตัวแทนของพรรครีพับลิกันเป็นฝ่ายชนะ
ได้ครองทำเนียบขาว
ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2543
อัล กอร์ของเดโมแครต ชนะป็อปปูลาร์โหวต
แบบเฉียดฉิว คือแค่ 337,576 คะแนน
หรือเพียงแต่เศษ 3 ส่วน 10 ของเพียงร้อยละ 1
ของผู้ลงคะแนนให้เขากับคู่แข่ง คือจอร์จ ดับเบิ้ลยู บุชของรีพับลิกัน
แต่บุชชนะเป็นผู้ชนะในการนับคะแนนแบบอีเลคโทรัลโหวต
ซึ่งใช้ตัดสินผู้ชนะ โดยบุชได้คะแนนอีเลคโทรัลโหวต
ชนะกอร์ไป 271 เสียงต่อ 266 เสียง
ในตอนแรกนั้น ยังไม่รู้ผลแพ้ชนะชัดเจน
จนการนับคะแนนใหม่ในอีก 36 วันต่อมาที่รัฐฟลอรืด้า
ปรากฎว่าบุชเป็นฝ่ายชนะเพราะได้คะแนนอีเลคโทรัลโหวตของรัฐนี้
เพิ่มอีก 25 เสียง และชนะกอร์ไปด้วยคะแนนป็อปปูล่าโหวตในรัฐนี้
ทิ้งห่างกอร์เพียง 537 คะแนน
ชัยชนะเมื่อปี 2543 ของบุชด้วยอีเลคโทรัลโหวต
ยังสวนทางกับการคาดการณ์ของบรรดาคนวงใน
ที่คาดไว้ว่า บุช อาจเป็นผู้ชนะป็อปปูล่าโหวตทั่วประเทศ
แต่จะแพ้การเลือกตั้งประธานาธิบดีให้กับกอร์
แต่แล้วก็กลายเป็นการหักปากกาเซียน
เพราะได้ผลตรงกันข้าม
สำหรับการเลือกตั้งในปีนี้
ดูเหมือนโอบาม่าน่าจะชนะลอยลำ
ไม่ว่าจะใช้มาตรวัดใด และคาดว่าจะมีชัยชนะอย่างง่ายดาย
ในรัฐที่มั่นของพวกหัวเสรีนิยม อย่างที่รัฐนิวยอร์ค
กับ แคลิฟอร์เนีย แต่การชิงชัยมาเข้มข้น
ในรัฐที่ทั้งโอบาม่าและแมคเคน ต่างจำเป็นต้องเป็นผู้ชนะ
เพื่อให้ได้คะแนนอีเลคโทรัลโหวตตามต้องการ
ซึ่งรวมทั้งฟลอริด้า โอไฮโอ เพนซิลเวเนีย และเวอร์จิเนีย
หากจะเป็นผู้ชนะ แมคเคนจะต้องยึดรัฐส่วนใหญ่
ที่บุชเคยชนะในการเลือกตั้งเมื่อปี 2547 เอาไว้ให้ได้
กับต้องให้ได้อีกอย่างน้อย 1 รัฐหรือมากกว่า
จากบรรดารัฐที่เคยเทคะแนนให้เคร์รี่ เพื่อปิดประตูแพ้
เป้าหมายใหญ่สุดที่แมคเคนอยากได้คือรัฐเพนซิลเวเนีย
ซึ่งมีคะแนนอีเลคโทรัล 21 เสียง
และเป็นรัฐที่โพลล์หลายๆเจ้าระบุว่าคะแนนนำของโอบาม่า
เหนือเขาได้ลดลงจากเลข 2 หลักเหลือหลักเดียวแล้ว
ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์ก็มองว่า
แมคเคนกำลังมีปัญหาจากการที่โอบาม่ามีคะแนนนำ
หรือเสมอกับเขาอยู่ในประมาณ 12
ที่บุชเคยชนะเคร์รี่เมื่อปี 2547
แถมโอบาม่ายังมีคะแนนนำเขาในรัฐเกือบทั้งหมด
ที่เคยเป็นของเคร์รี่ด้วย แต่ฝ่ายหาเสียงของแมคเคนแย้งว่า
ตอนนี้ คะแนนนิยมระดับชาติของแมคเคน
ได้กระเตื้องขึ้นแล้ว รวมทั้งความนิยมของเขาในรัฐหลักๆ
ก็ได้กระเตื้องขึ้นด้วย ประกอบกับความพยายามกระตุ้น
ให้คนออกมาใช้สิทธิ์เพิ่มมากขึ้น
จึงเชื่อว่าน่าจะช่วยเพิ่มโอกาสชนะของแมคเคน
ในรัฐที่เคยเป็นของบุช และอาจมีแถมในรัฐอื่นๆอีกด้วย
ริค ดาวิส ผู้จัดการหาเสียงของแมคเคนพูด
เมื่อวันอาทิตย์ว่า ฝ่ายตนจะได้ชัยชนะในรัฐเหล่านั้น
ด้วยลูกตบที่รุนแรงและเสียงดัง (a slam-bang finish)
ขณะที่ฝ่ายโอบาม่าเองก็กำลังฮึกเหิมว่าฝ่ายตนชนะแน่
โดย เดวิด ฟลูฟฟ์ ผู้จัดการหาเสียงของโอบาม่า
แสดงความเชื่อมั่นว่า โอบาม่ามีคะแนนนิยมหนือกว่าแมคเคน
ในบรรดารัฐที่เคยเป็นของบุช แล้ว

นักวิเคราะห์บอกว่า ยังมีโอกาสเป็นไปได้อีกแบบหนึ่ง
แต่มีความน่าจะเป็นน้อยกว่า
นั่นคือ แมคเคนอาจชนะป็อปปูล่าโหวต
แต่โอบาม่าได้เป็นประธานาธิบดี
เพราะแม้ดูเหมือนคะแนนนิยมของโอบาม่าจะเหนือกว่าแมคเคน
แม้ในกลุ่มผู้สมัครอิสระ แต่ก็มีสิ่งบ่งชี้ว่า
ฐานเสียงหัวอนุรักษ์นิยมของรีพับลิกันกำลังเคลื่อนไหวอย่างหนัก
ซึ่งพวกนี้มักออกไปใช้สิทธิ์เป็นกลุ่มน้อย
แม้จะรู้สึกเฉยๆกับผู้สมัคร
นักวิเคราะห์บอกว่าหาก Obama ชนะในทุกรัฐที่จอห์น เคร์รี่เลยชนะ
เมื่อปี 2547 แถมบวกกับไอโอว่า นิว เม็กซิโก และเนวาดา
เขากับ Mccain จะได้ อีเลคทอรัลโหวต เท่ากันคือ 269 เสียง
ซึ่งหากจะเสมอกันได้ ก็หมายความว่า Mccain จะต้องสามารถแย่ง
เอานิว แฮมเชียร์มาได้จากเดโมแครต
แต่เสียรัฐไอโอว่า,นิวเม็กซิโก กับอีกรัฐหนึ่ง
ที่บุชเคยชนะ นั่นคือ โคโลราโด้
นักวิเคราะห์สรุปว่า อะไรๆก็เกิดขึ้นได้ในปีเลือกตั้ง
และเกิดคำถามว่า จะทำอย่างไรหากว่าทั้งคู่
เกิดได้คะแนนอีเลคโทรัลโหวตเท่ากันจริงๆ
จะตัดสินหาผู้แพ้ชนะได้อย่างไร
หาคำตอบได้จากข่าวภาคเช้าเลยจ้า
ขอขอบคุณข้อมูลจาก คุณ Pretty Agent แห่ง Ok Nation
และผลโพลอัพเดท จาก http://www.pollster.com/ ค่ะ










