Home is Where the Heart is

Just another weblog of a busy mom of Triplets!




เทคนิคการอ่านหนังสืออย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

1. เริ่มอ่านด้วยหนังสืออ่านง่ายและสนุก
อ่านสมํ่าเสมอทุกวันในช่วงเวลาสั้นๆ

2. มีความตั้งใจที่จะอ่านให้เร็วกว่าเดิม

3. กําหนดเวลาในการอ่านให้แน่นอน เช่น 30 นาที หรือ1 ชั่วโมง

4. จับใจความให้ได้ด้วยการทดลองทํานายเนื้อเรื่องล่วงหน้า
และทบทวนเรื่องที่อ่านผ่านไปแล้ว

5. ศึกษาศัพท์ และความหมายของคําที่ใช้
คําใดที่ไม่แน่ใจ ควรทําเครื่องหมายไว้

6. อย่าพยายามเคลื่อนใหวสายตาย้อนกลับ จะทําให้เกิดความ สับสน

7. อ่านโดยกวาดสายตาไปรอบๆ

8. อ่านในใจ ไม่พึมพํา หรือทําปากขมุบขมิบ

9. จดบันทึกผลความก้าวหน้า

10. อย่าหยุดอ่านเพื่อจดบันทึกจนกว่าจะจบตอนหนึ่งๆ

เทคนิคการอ่านตําราเรียนให้ได้ดี

1.สํารวจหนังสือ : เพื่อรู้จักคุ้นเคย

2.อ่านแนวคิดหลัก : จับประเด็นสําคัญ

3.ตั้งคําถามขณะอ่าน : อะไร ทําไม อย่างไร ใคร เมื่อไร

4.เน้นประเด็นสําคัญ : ทําเครื่องหมาย

5.ประสานคําบรรยายกับตํารา : ช่วยให้เข้าใจลึกซึ้ง

6.ทบทวน : บ่อยๆจะจําได้ดี

การอ่านหนังสือประเภทต่างๆ

วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์:

ไม่ควรอ่านตะลุยเรื่อยๆ รวดเดียวจบเล่ม
ควรอ่านแล้วหยุดพักเป็นตอนๆไปเรื่อยๆ

ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์:

ควรอ่านตะลุยรวดเดียวไปจนจบ เพื่อให้เรื่องราวสัมพันธ์ต่อเนื่องกัน

วรรณคดี:

อ่านอย่างรอบคอบถี่ถ้วน อ่านช้าๆไม่รีบเร่ง
ปล่อยอารมณ์ให้คล้อยตามคําบรรยาย
ถ้าอ่านเพื่อศึกษาควรมีการวิเคราะห์เรื่องราว
บทบาทของตัวละครตลอดจนส่วนอื่นๆของวรรณคดี


นิตยสารและหนังสือพิมพ์

ควรใช้วิจารณญานพิจารณาอย่างรอบคอบ
ไม่ใช่เชื่อทุกอย่างตามที่ข่าวรายงาน

http://img50.imageshack.us/img50/6539/14rej1220kg1.gif–ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก http://allstudy.igetweb.com/ ค่ะ


เคล็ดลับการใช้สมาธิช่วยให้เรียนเก่ง
โดย หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

นักศึกษาซึ่งอยู่ในวัยกำลังศึกษา
ถ้าหากตั้งใจปฏิบัติสมาธิพิจารณาธรรม
ก็ให้ยกเอาวิชาความรู้ที่เราเรียนมา ในชั้นของเรานั่นแหละ
มาเป็นอารมณ์พิจารณา
เราเรียนมาทางวิทยาสตร์ เศรษฐศาสตร์
รัฐศาสตร์ หรือศาสตร์อะไรก็ตาม
อย่างวันนี้ไปโรงเรียนมา อาจารย์สอนอะไรมา
พอกลับมาถึงที่พัก อาบน้ำ รับประทานอาหาร
อ่านหนังสือดูตำรับตำรา

ก่อนนอนไหว้พระ นั่งสมาธิ
เวลาเรานั่งสมาธิ ให้พยายามคิด
ทบทวนความรู้ที่เรียนมาแต่ละวันๆ
เพื่อจะให้เรารู้ได้ว่าวันนี้เราจำได้กี่มากน้อย
เอาหลักวิชาที่เราเรียนมานั่นแหละ
เป็นอารมณ์จิตในการพิจารณา
อย่าไปเข้าใจว่าเอาสิ่งนั้นมาพิจารณาแล้ว
จิตออกนอกลู่นอกทาง ไม่ใช่อย่างนั้น
แม้แต่ว่าเราตั้งใจปฏิบัติสมาธิเอาสิ่งอื่นเป็นอารมณ์
เช่น บริกรรมภาวนา เป็นต้น
เมื่อจิตสงบเป็นสมาธิ ตามธรรมชาติแล้ว
จิตของเราหนักอยู่ในแง่ไหน
ผูกพันอยู่กับเรื่องอะไร มันจะวิ่งไปหาสิ่งนั้น
แล้วจะไปคิดปรุงแต่งวิจัยอยู่ในสิ่งนั้นๆ
อันนี้หมายถึงสมาธิที่เป็นเองโดยอัตโนมัติ
มันจะเป็นเช่นนั้น

เมื่อเป็นเช่นนั้น
เราอย่าไปเข้าใจผิดว่าจิตมันฟุ้งซ่าน
หรือว่าออกนอกลู่นอกทาง
เพราะคำว่า สภาวธรรมหมายถึง กายกับใจของเรา
สิ่งที่เราสามารถรับรู้ได้ด้วย ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ
รวมทั้งธุรกิจการงานอันเป็นเรื่องชีวิตประจำวัน
การศึกษาวิชาความรู้ที่เราเรียนมานั้นๆ
อันนี้เป็นอารมณ์จิตของผู้ปฏิบัติธรรม
เป็นสิ่งรู้ของจิต เป็นสิ่งระลึกของสติ

ถ้าเราดำเนินการปฏิบัติดังที่กล่าวนี้
สมาธิกับงานของเราจะมีความสัมพันธ์กัน
แล้วเราจะรู้สึกว่าโอกาสที่เราปฏิบิติสมาธิ
มันจะไม่มีอุปสรรคขัดข้อง
เพราะว่าเราเอาทุกสิ่งทุกอย่างเป็นอารมณ์จิตในการภาวนาได้
เช่นอย่างเวลานักศึกษาจะปฏิบัติสมาธิในห้องเรียน
พออาจารย์มายืนที่หน้าห้อง เรามองจ้องไปที่ตัวอาจารย์
ส่งจิตไปรวมไว้ที่ตัวอาจารย์มายืนที่หน้าห้อง
เรามองจ้องไปที่ตัวอาจารย์ ส่งจิตไปรวมไว้ที่ตัวอาจารย์
อย่าให้สายตาและจิตไปอื่น จ้องอยู่อย่างนั้น
จนกว่าจะจบชั่วโมงที่มีอาจารย์มาสอน

เราจะได้สมาธิในการเรียน ถ้าปฏิบัติต่อเนื่องกันจริงๆ
ในเมื่อได้สมาธิอย่างเข้มแข็ง
เวลาไปสอบ อ่านคำถามจบ
จิตจะว่างลงนิดหนึ่ง คำตอบจะผุดขึ้นมา
เราจะเขียนเอา เขียนเอา ไม่ต้องคิดอะไรมาก
บางทีเวลาก่อนสอบ
จิตของเราจะบอกให้ดูหนังสือเล่มนั้น
จากหน้านั้นไปถึงหน้านั้น ข้อสอบจะออกที่ตรงนี้
อันนี้เป็นวิธีการปฏิบัติสมาธิให้สัมพันธ์กับชีวิตประจำวัน
ถ้าหากเราพยายามปฏิบัติต่อเนื่องกัน
ทุกชั่วโมงที่มีอาจารย์มาสอน เราจะได้พลังของสมาธิ
มีสติสัมปชัญญะเข้มแข็ง ทำให้เราเรียนดีขึ้นๆๆ
อันนี้คือผลประโยชน์ที่เราจะพึงได้

ภาพวาดโดย Mai-Thu


ตั้งแต่เปิดเทอมมาจนวันนี้

ก็ผ่านไป 5 สัปดาห์ แล้ว

เด็กๆ มีการบ้าน มีรายงานมากจริงๆ

แถมยังมีกิจกรรมเสริมวิชาพละศึกษาอีกด้วย

นโยบายของโรงเรียน เน้นให้เด็กได้มีโอกาสได้ออกกำลังกาย

จึงได้ assigned งานวิ่งรอบโรงเรียนให้เด็กๆ

คนละ 250 รอบ ต่อ 1 ภาคการศึกษา

แต่ถ้าหากเด็กๆ ออกไปร่วมกิจกรรมกับหน่วยงานมหาวิทยาลัย

หรือหน่วยงานอื่นใดที่คุณครูเห็นสมควร

ก็จะได้รอบเพิ่ม คราวละ 30 หรือ 20 รอบ

ต่อการเข้าร่วมกิจกรรม Fun Run แต่ละครั้ง

2 อาทิตย์ที่ผ่านมา ก็ได้ไปร่วมวิ่ง (เดินซะมากกว่า) กันมาแล้ว

บอกตรงๆ ว่าถ้ามีรายการวิ่ง ของวันอาทิตย์นี้อีกสักรอบ ก็คงต้องขอลาล่ะ

มีอย่างที่ไหน วันๆ แทบจะไม่ค่อยได้นอนกันสักเท่าไหร่เลย

กลับจากโรงเรียน ก็ทำการบ้าน ทำรายงาน ทำงานกลุ่ม

แล้วยังจะมีการเรียนพิเศษอีก

เมื่อคืนนี้ ทั้ง 3 คนก็เขียนเรียงความภาษาไทย

เรื่อง “เยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อม” กัน

3 คน 3 ห้อง แต่การบ้านอย่างเดียวกัน

หากเป็นการบ้านอื่นๆ ก็คงจะสอนพร้อมๆ กันได้หรอกนะ

แต่เรียงความนี่ มันคงจะต้องเป็นความสามารถเฉพาะตนอ่ะนะ

แม่คงต้องขอบายล่ะ

เหอเหอ


จากโรงเรียน…
เราได้เรียนรู้หลากหลายเรื่องราวมาแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นวิชาการจากหนังสือ แบบเรียนวิชาต่างๆ
หรือจะจากการเรียนรู้การอยู่ร่วมกันในสังคมของนักเรียน
แล้วที่สังคมมีปัญหาอยู่ในทุกวันนี้นั้น
เกิดจากอะไรเล่า
หากไม่ใช่การปฏิบัติตนนอกเหนือกฏเกณฑ์
ของคนแค่บางกลุ่มบางจำพวกเท่านั้น
ที่นอกจากจะไร้น้ำใจแล้ว
ยังทำตัวต่อต้านสังคมอีกด้วย
ช่างน่าเห็นใจคนรอบข้างเหลือเกิน

ลองมาอ่านกลอนที่เราเคยเรียนกันมา
ตั้งแต่สมัยประถมกันดีกว่าค่ะ
ว่าที่คุณครูี่ได้สอนไว้นั้น
นอกจากจะในแง่ความงามของภาษาแล้ว
ยังมีความหมายลึกซึ้ง เพียงใด

โบราณว่าน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า
นกพึ่งฟ้าปลาพึ่งหนองคอยข้องเกี่ยว
ไม่มีใครจะอยู่เพียงผู้เดียว
ต้องยึดเหนี่นวพึ่งพาอาศัยกัน


การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ผู้อื่น
เหมือนหยิบยื่นดอกไม้ให้สุขสันต์
ทุกชืวิตเป็นสุขและผูกพัน
เพราะแบ่งปันรักเผื่อเอื้อไมตรี


น้ำใจคนเลี้ยงสังคมให้ร่มรื่น
ชุบชีพชื่นอิ่มสุขได้ทุกที่
เมื่อเราต่างมุ่งมาดปรารถนาดี
โลกเรานี้ก็สดใสดั่งใจเอย

จากหนังสือภาษาไทย ป. 4 เล่ม 2

ความมีน้ำใจต่อกันในหมู่คณะ

หรือกระทั่งกับคนในครอบครัวเดียวกัน

หากยังสร้างให้กัน เผื่อแผ่แบ่งปันกันไม่ได้

แล้ว.. เมื่อถึงเวลาที่จะต้องก้าวออกสู่สังคมภายนอก..

จะไหวเหรอ .. ทนได้หรือ

คนไม่มีน้ำใจ สังคมไหนๆ ก็ไม่ยอมรับหรอกนะ

และการใช้วิธีการยอมตามใจ หรือยอมทุ่มเทเป็นครั้งคราว

เพื่อให้ได้เป็นที่ยอมรับในหมู่เพื่อนฝูงนั้น

คิดหรือว่า ใครเขาจะจริงใจด้วย

ระวังไว้ให้ดีเถอะ

ทำสิ่งใด มักได้สิ่งเดียวกันนั้นกลับคืน

ทำความดีเป็นระยะๆ เพื่อหวังเอาหน้า

โดยไม่ได้มีความจริงใจนั้น อย่าทำเสียเลยดีกว่า

ผลที่ได้ อาจจะเจ็บยิ่งกว่าที่เคยทำไว้กับคนอื่น

มาเริ่มเรียนรู้การฝึกใจกันเถอะ

นะ


ลองมาฟังเพลงที่สอนวิธีการเรียนให้เก่งกันดูไหมคะ
ต้องขออภัยที่ระบุที่มาไม่ได้
เนื่องจากเก็บไว้ในโน้ตบุ๊คนานมาแล้วค่ะ
ขอขอบคุณผู้ใจบุญที่เอามาเผยแพร่ และ เผยแผ่นะคะ

Audio clip: Adobe Flash Player (version 6 or above) is required to play this audio clip. You also need to have JavaScript enabled in your browser.